หน้าหลักข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวจัดซื้อจัดจ้างข่าวสมัครงานข่าวกิจกรรมสถานที่ท่องเที่ยวผลิตภัณฑ์ตำบลกระดานข่าวติดต่อ อบต.
ข้อมูลพื้นฐาน
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
นโยบาย
ยุทธศาสตร์
แผนงาน/โครงการสำคัญ
งบประมาณ
โครงสร้างองค์กร
บทบาทหน้าที่
บุคลากร


โครงการควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปี ๒๕๕๗

อบต.บางกล่ำคัพ ครั้งที่ ๑๔ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗

ดูภาพกิจกรรมทั้งหมด





















สถิติผู้เข้าชมตั้งแต่   06/08/2549

eXTReMe Tracker

ระบบเจ้าหน้าที่ 153

"สิทธิประโยชน์ สวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น"(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ - ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม)

"สิทธิประโยชน์ สวัสดิการข้าราชการส่วนท้องถิ่น"
(ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ - ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม)

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน .....ต้องขออภัยอีกครั้งที่ไม่ได้มาพบปะเพื่อน ๆ อยู่หลายวัน หลังจากกลับจากการฝึกอบรมที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ที่ผ่านมา กะว่าจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดของการฝึกอบรมและความคืบหน้าต่าง ๆ เพิ่มเติมจากที่ได้เล่าไปบางส่วนแล้ว ปรากฎว่า ด้วยวัยและสังขาร ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย (เป็นภัยอย่างใหญ่หลวงสำหรับคนทำงานใน Office) ทำให้ปวดต้นคอลงไปข้างหลังต้องไปบำบัดทางแพทย์แผนไทย วันหยุดที่ผ่านมาเลยต้องนอนรักษาตัวอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้งานหลายอย่างต้องสะดุดหยุดลงไปด้วย จึงต้องขออภัยเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่รอคอยการเล่าเรื่องผ่านคอลัมน์นี้มา ณ โอกาสนี้อีกครั้งครับ

          วันนี้ อยากจะเล่าเรื่องต่อจากครั้งก่อน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยการบรรยายของอาจารย์ธงชัย ศรีงิ้วราย จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งท่านเป็นผู้ที่จัดทำระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการต่าง ๆ ด้วยตนเอง ในการบรรยายตามหลักสูตรพัฒนาและเพิ่มทักษะคณะกรรมการสอบสวน(ทางวินัย) รุ่นที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา โดยเรื่องแรก ที่พวกเราคุ้นเคยกันดีก็คือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๒๖ (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๘   ความคืบหน้าเรื่องนี้ ท่านอาจารย์ธงชัยฯ แจ้งว่า ขณะนี้ กรมส่งเสริมฯ ได้จัดทำร่างแก้ไขระเบียบนี้ โดยมีสาระสำคัญให้ตัดอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปราชการของผู้บริหารท้องถิ่น ประธานสภาฯ และการใช้พาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ ให้เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมด กล่าวคือ ให้เป็นดุลยพินิจของผู้บริหารท้องถิ่นที่จะมีอำนาจตัดสินใจเองได้ โดยไม่ต้องขออนุมัติผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอเช่นที่ผ่านมา อีกประเด็นคือ การแก้ไขให้เบิกค่าเดินทางไปราชการ (ค่าเบี้ยเลี้ยง) จะมีการแก้ไขให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงครึ่งวัน ซึ่งระเบียบปัจจุบันยังไม่สามารถเบิกได้ โดยคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ก่อนสิ้นปี ๒๕๕๒ นี้

ผอ.พิษณุ พรหมจารีย์ อาจารย์ธงชัย ศรีงิ้วราย ส่วนหนึ่งของงานเลี้ยงรุมล้อมหน้าหงาคาราวาน


          สำหรับระเบียบที่ใช้อยู่ปัจจุบัน มีประเด็นบางแง่มุมที่น่าสนใจ ในระเบียบข้อ ๔ ที่กำหนดบทนิยามในเรื่องของผู้ที่สามารถเบิกได้ตามระเบียบนี้ก็คือ "เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น" บุคคลที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสั่งใช้ ในกรณีของ อปพร. หรือ อาสาสมัครอื่น ๆ นั้น กรณีที่อปท.จะเบิกค่าเดินทางไปราชการนั้นก็ให้ ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลนั้น ๆ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง แต่มิใช่ให้มาอยู่เวรยาม กรณีนี้จะเบิกไม่ได้ แต่หากสั่งใช้เพื่อการใด ๆ สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะตามสิทธิเทียบได้เท่ากับระดับ ๑ สำหรับค่าเบี้ยเลี้ยงต้องปฏิบัติหน้าที่เกิน ๑๒ ชั่วโมงขึ้นไปจึงจะมีสิทธิเบิก นั่นก็คือ ๑๒ ชั่วโมง หนึ่งนาทีขึ้นไปนั่นเอง
          ตามระเบียบข้อ ๒๑ ผู้ที่มีสิทธิเบิกค่าพาหนะรับจ้าง (แท็กซี่) ได้ต้องเป็นข้าราชการระดับ ๖ ขึ้นไปเท่านั้น สำหรับข้าราชการระดับ ๕ ลงมา หากจะเบิกค่าพาหนะรับจ้างต้องจัดทำบันทึกข้อความขออนุมัติต่อผู้บริหารท้องถิ่น โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องนั่งพาหนะรับจ้าง เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติจึงจะมีสิทธิเบิกได้ กรณีการใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปราชการ ให้เบิกได้ตามระยะทางโดยไม่ต้องมีบิลล์น้ำมันมาแสดง แต่หากใช้รถยนต์ส่วนกลางเดินทางไปราชการสามารถนำบิลล์น้ำมันมาเบิกได้ (เบิกในค่าเดินทางไปราชการ มิใช่เบิกในค่าน้ำมันเชื้อเพลิง)
          กรณีการโอน(ย้าย) ให้เบิกค่าใช้จ่ายค่าขนย้าย และค่าอื่น ๆ ตามสิทธิ เช่นค่าเช่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ จากต้นสังกัดเดิม โดยสามารถยืมเงินจากต้นสังกัดเดิม เมื่อเดินทางไปรายงานตัว ณ สังกัดใหม่แล้ว จึงจัดทำรายงานค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการส่งกลับไปชดใช้คืนแก่ต้นสังกัดเดิม หรือกรณีไม่ได้ยืม ก็สามารถจัดทำรายงานขอรับเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ กลับไปยังต้นสังกัดเดิมเพื่อขอรับได้เมื่อเดินทางไปรายงานตัวยังต้นสังกัดใหม่เรียบร้อยแล้ว
          สำหรับค่าเช่าที่พักในการเดินทางไปราชการนั้น อาจารย์ธงชัยฯ อธิบายว่า มีพวกเราหลายคนเข้าใจผิดในประเด็นนี้ การเบิกค่าเช่าที่พักสำหรับข้าราชการระดับ ๘ ลงมา ให้เบิกในอัตราเหมาจ่ายวันละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท นั่นก็คือ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามารถเบิกได้ในอัตราวันละ ๑,๐๐๐ บาท ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลยพินิจอนุมัติให้เบิกจ่ายต่ำกว่าในอัตรานี้ไม่ได้ เพราะอปท.ใช้ตารางอัตราเหมาจ่ายในตารางนี้เท่านั้น มิได้ใช้รายละเอียดแนบท้ายตารางเหมือนกับข้าราชการพลเรือน ที่ให้อำนาจแก่หัวหน้าหน่วยงานใช้ดุลยพินิจเบิกจ่ายต่ำกว่านี้ได้ ยกเว้นกรณีเดียวคือ ผู้เดินทางไปราชการลงนามยินยอมขอเบิกต่ำกว่าวันละ ๑,๐๐๐ บาท

          เรื่องที่สอง เกี่ยวกับสวัสดิการค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๙ มีประเด็นบางเรื่องที่พวกเราหลายคนยังสับสนอยู่จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังให้หายข้อใจ โดยอาจารย์ธงชัยฯ ขอให้นำมาเล่าสู่กันฟังต่อ ๆ กันไป เพื่อมิให้อาจารย์ต้องตอบประเด็นเหล่านี้อีกทางโทรศัพท์เพราะมีปัญหาเหล่านี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ บ่อยมาก
          ประเด็นที่หนึ่ง โครงการที่จัดอบรมทุกโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเองนั้น ผู้อนุมัติคือ ผู้บริหารอปท.นั้น ๆ เท่านั้น ไม่ใช้นายอำเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
          ประเด็นที่สอง การฝึกอบรมตามระเบียบนี้หมายถึง การฝึกอบรมที่อปท.จัดเอง และยังหมายถึงการฝึกอบรมฯ ที่อปท.ส่งคนเข้าอบรมตามที่หน่วยงานรัฐ เอกชน จัดขึ้นด้วย ดังนั้น กรณีที่หน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานอิสระของรัฐ จัดขึ้น และอปท.ส่งบุคลากรเข้าอบรม ให้ใช้ระเบียบนี้ หมายรวมถึงการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการด้วย ก็ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ฉะนั้น ค่าพาหนะเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก จึงสามารถเบิกได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานอิสระของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน จัดอบรมและอปท.ส่งบุคลากรเข้าอบรมก็มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ทั้งสิ้น โดยมิต้องใช้บทนิยามของระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการมาใช้ อาจารย์บอกว่า ขอเน้นย้ำว่า "เมื่อผู้บริหารอนุมัติให้เข้าอบรม คุณก็มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ทุกกรณี" และไม่ต้องโทรมาสอบถามอีก (เน้นย้ำหนัก ๆ)
          อีกประเด็นหนึ่งที่น่าใส่ใจก็คือ การแยกแยะว่า การฝึกอบรมหลักสูตรใดจึงจัดเป็นระดับ ต้น ระดับกลาง และระดับสูง อาจารย์ธงชัยฯ อธิบายให้เข้าใจว่า การฝึกอบรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการฯหรือเทียบเท่า ระดับ ๑ - ๓ เป็นการฝึกอบรมระดับต้น ,การฝึกอบรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับ ๔ - ๘ หรือเทียบเท่าเป็นการฝึกอบรมระดับกลาง และการฝึกอบรมใด ๆ ที่มีข้าราชการส่วนใหญ่ระดับ ๙ ขึ้นไปหรือเทียบเท่าขึ้นไป ถือเป็นการฝึกอบรมระดับสูง สำหรับคำว่าการฝึกอบรมสำหรับบุคคลภายนอกนั้น หมายถึงผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นบุคคลภายนอก (มิใช่ข้าราชการหรือพนักงานลูกจ้างของอปท.)
          กรณีที่ผู้จัดได้เชิญวิทยากรขึ้นเวทีพร้อมกันหลายคน เช่น เป็นลักษณะเสวนา ๕ คน ให้เบิกได้ตามสิทธิเช่น หากเป็นการฝึกอบรมระดับต้น ก็ให้เบิกได้ชั่วโมงละ ๖๐๐ บาทต่อคน มิใช้นำ ๖๐๐ บาทมาหารกัน ยกเว้นกรณีการแบ่งกลุ่มย่อยซึ่งต้องมีวิทยากรประจำกลุ่มเท่านั้นที่ต้องไปใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว
          การแยกรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้เบิกได้ตามระเบียบเท่านั้น และอาจารย์แนะนำว่า ไม่ควรเขียนรายละเอียดไว้ในโครงการมากเกินไป เพราะจะทำให้บีบรัดตัวเอง จะส่งผลต่อการบริหารโครงการ หากจะมีรายละเอียดต้องให้เป็นไปตามระเบียบในข้อ ๑๕ เท่านั้น
          การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม กรณีที่มีการระบุไว้ในโครงการว่า ผู้จัดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผู้เข้าอบรมจะเบิกอะไรจากต้นสังกัดไม่ได้เลย / กรณีไม่ออกให้เลย ผู้เข้าอบรมเบิกได้ตามสิทธิทั้งหมด / กรณีออกให้บางส่วน บางกรณี ผู้เข้าอบรมก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้ตามสัดส่วนที่ผู้จัดอบรมไม่ได้ออกให้ / และกรณีที่ผู้จัดได้ระบุไว้ว่า ได้จัดสถานที่หรือประสานที่พักไว้ให้ในอัตราเท่านั้น เท่านี้ ผู้เข้าอบรมต้องเข้าพักตามที่ผู้จัดอบรมกำหนดไว้ และจะสามารถเบิกได้เพียงเท่าที่ผู้จัดได้ระบุไว้เท่านั้น จะเบิกเกินกว่าไม่ได้ เช่น ผู้จัดระบุไว้ว่า ที่พักราคา ๘๐๐ บาท ผู้เข้าอบรมก็สามารถเบิกได้เพียง ๘๐๐ บาทเท่านั้น จะเบิก ๑,๐๐๐ บาทไม่ได้ (เพราะไม่ได้ใช้อัตราเหมาจ่าย) เช่นเดียวกันหากผู้จัดระบุว่า ราคาห้องพัก ๑,๒๐๐ บาท ผู้เข้าอบรมก็สามารถเบิกได้ในอัตรา ๑,๒๐๐ บาทเช่นเดียวกัน
          ประเด็นสุดท้ายก็คือ อัตราค่าลงทะเบียน ประเด็นนี้ มีปัญหาเพียงหน่วยงานที่ไม่ใช้หน่วยงานราชการ หรือองค์กรอิสระ เช่น หน่วยงานผู้จัดเป็น สมาคม สมาพันธ์ มูลนิธิ ฯลฯ สามารถเบิกจ่ายได้ในอัตราวันละ ๖๐๐ บาท โดยจะต้องมีชั่วโมงอบรมไม่น้อยกว่าวันละ ๓ ชั่วโมงขึ้นไป จึงจะสามารถเบิกได้ตามสิทธินี้

          ครับ สำหรับวันนี้ คงมีเวลามาเล่าให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ รับทราบเพียงเท่านี้ เอาไว้สัปดาห์หน้าจะมาเล่าสู่กันฟังในเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการค่าเช่าบ้าน และสวัสดิการอื่น ๆ รวมทั้งความคืบหน้าในหลาย ๆ เรื่อง ให้รับทราบและเข้าใจตรงกันอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้มีความสำคัญกับพวกเราโดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เข้ารับราชการใหม่ ๆ ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ ผมในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย จึงได้นำเรื่องนี้ปรึกษากับคณะผู้บริหารสมาพันธ์ฯแล้ว มีมติเห็นชอบที่จะจัดโครงการฝึกอบรมเกี่ยวกับเรื่อง สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในภูมิภาคต่าง ๆ รวม ๔ ภูมิภาค โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ หรือเชียงราย ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือจังหวัดยโสธร ,ภาคกลางและภาคตะวันออก กำหนดไว้ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือจังหวัดชลบุรี และภาคใต้ กำหนดไว้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจะเริ่มต้นที่ภาคเหนือก่อนตามลำดับระหว่างเดือนธันวาคมปีนี้ - มีนาคม ปีหน้า โดยวิทยากรได้ประสานเชิญจากผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ โดยตรงจากส่วนกลางทั้งหมด (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) โดยกำหนดหัวข้อ เช่น สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ค่าเช่าบ้าน ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าเดินทางไปราชการ บำเหน็จบำนาญ และการบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การเลื่อนระดับ การโอน(ย้าย) การลา และการให้ออกจากราชการ จึงแจ้งให้เพื่อน ๆ รับทราบไว้เป็นล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมตัวไว้ หากท่านใดอยู่ภาคใต้ต้องการมาอบรมที่ภาคเหนือหากผู้บริหารอนุมัติก็มาได้ หรือผู้ที่อยู่ภาคเหนือ ต้องการไปอบรมที่ภาคใต้ ก็ได้เช่นกัน เพราะในแต่ละรุ่นแต่ละภาคนั้น วันเวลาจะไม่ตรงกัน สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ สุขสันต์วันลอยกระทง ขอให้เพื่อน ๆ ลอยความทุกข์ ความโศกเศร้า ไปกับกระทง และมีความสุขกาย สุขใจโดยทั่วกันในเทศกาล วันลอยกระทง ไหลเรือไฟ ประดับประทีปโคมไฟ สว่างไสว ไปทั่วแดนไทยครับ สวัสดีครับ.

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
http://phiphatw.hi5.com
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

 

 

 

 

         (หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือเสนอแนะกับคอลัมน์นี้เพิ่มเติม โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

 

ดู/พิมพ์บทความนี้ เป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

 

โดย: ตำบลบางกล่ำ
ประจำวันที่ 09 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: ประกาศ อบต.บางกล่ำ เรื่อง ริบหลักประกันสัญญาเข้าเป็นรายได้ของ อบต.บางกล่ำ (ดู:178)(วันที่:24 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: เกษตรโลก เกษตรเรา-ข่าตาแดง ที่บางกล่ำ ปลูกง่ายรายได้ดี ราคา ก.ก ละ ๕๐ บาท ส่งตลาดหาดใหญ่ และมาเลซีย มีเท่าไร่ขายหมด ครับ (ดู:238)(วันที่:15 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: ย้อนรอย ยกเลิกซี ข้าราชการอปท. กว่าจะได้ใช้มันยากๆๆๆรอมานานๆๆๆ ปี 51 แล้วมีข่าวดีว่า 1 มกราคม 2558 จะได้ใช้จริงรึ..? หรืออาจจะยังต้องรอต่อไปไม่รู้ต่อได๋......? มาดูของเก่าที่เคยพูด มาตรงกับของใหม่เกือบ 100% ครับ (ดู:533)(วันที่:15 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: ๑ ม.ค.๕๘ ท้องถิ่นจะเข้าสู่ระบบแท่งเงินเดือนเหมือนขรก.พลเรือน มาดูตัวร่างกันล่วงหน้าครับ เอกสารสรุป ๓ หน้าฉบับย่อเข้าใจง่ายๆๆเพื่อคนท้องถิ่น (ดู:3558)(วันที่:13 ก.ค. 2557)
  • ข่าวประชาสัมพันธ์: ยกเลิกซี ข้าราชอปท. คณะกรรมการ ก.ถ มีมติยกเลิกซี ข้าราชการอปท.เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ คาดการว่า ๑ มกราคม ๒๕๕๘ น่าจะเข้าสู่ระบบแท่งเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น รายละเอียด ครับ (ดู:408)(วันที่:10 ก.ค. 2557)
  • ดูข่าวทั้งหมด
    องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ หมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
    โทรศัพท์ 0-7432-8256-7 E-mail: info@bangklam.go.th

    © Copyright 2006. All rights reserved. Powered by CityVariety Corporation