ธรรมชาติข้างทางที่ฉันได้เห็น...แม้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนท้องถิ่น แต่สำหรับฉันตื่นเต้นไปได้ทุกเรื่องแม้กระทั่ง ดอกฝ้าย...สีขาวที่ผุดขึ้นตามข้างทางประดุจแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เสน่ห์ของดอกฝ้ายคล้ายหญิงบริสุทธิ์สดใส ยามที่ลมกระทบแล้วแตะต้องให้ดอกนวลขาวต้องหลุดปลิวไปตามลม มันเป็นภาพชวนฝัน แม้จะเห็นควายสองตัวกำลังง่วนกินหญ้าอยู่เป็นฉากหลังดอกฝ้ายนั้นก็ตาม
ทุ่งข้าวโพดที่แห้งกรังรอการตัดทิ้ง ฉันก็ยังพริ้มไปว่า แม้มันใกล้ตายแต่มันก็ยังรักกันดีอยู่
ดอกอะไรก็ไม่รู้สีเหลือง ๆ ก็เฝ้าแต่รัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับต้นไม้ใหญ่แบบตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
ส่วนแม่น้ำโขงที่เป็นพระเอกของทริปก็สะกดใจให้ฉันต้องเฝ้ากดชัตเตอร์ประหนึ่งว่า ถ้าหากฟ้าไม่ปิด..ฉันก็ไม่หยุดถ่ายภาพเช่นกัน

ภาพบน : ดอกฝ้าย ที่ฉันแวะเก็บเล่นตามริมทาง

ภาพบน : จินตการของฉันเกี่ยวกับรักของข้าวโพด

ภาพบน : ดอกกาฝาก...ฝากรักที่ริมโขง...(เป็นไง...หวานจนมึนเลยไม๊)
เสียงเด็ก ๆ ใช้ลานกว้างของหาดทรายริมแม่น้ำโขงเตะฟุตบอลเป็นของขวัญแห่งวัน หลังแล้วสร็จจากการรดน้ำต้นยาสูบและบางคนก็หาปลา...สหายของฉันมองหน้าเด็ก ๆ ตาปลิบ ๆ ด้วยอยากเข้าไปเล่นบอลกระชับมิตร หากตะวันไม่ตกดินเสียก่อน งานนี้คงได้เห็นการแข่งบอลไทยกับต่างชาติเป็นแน่
ภาพบน : ตะวันตกดินที่ริมโขง อ.สังคม

ภาพบน : รับดาว ตรงที่เดิม(ที่ส่งตะวัน)...ณ ริมโขง...(มีใครเห็นดาวของอิฉันไม๊คะ มีอยู่ดวงนึงค่ะ)
ค่ำมืดแล้ว...ฉันยังดึงดันอยากจะนั่งคุยต่อกับแม่น้ำและท้องฟ้า....ดวงดาว ดวงเดิม..กลับมาทำงานเช่นเดิม มีแต่ฉันต่างหากที่จะต้องเดินทางต่อไป...
ขอบคุณอำเภอสังคมที่ทำให้ฉันได้หลบลี้หนีสังคมอันยุ่งเหยิงมาได้แม้เพียงระยะหนึ่ง..
ขอบคุณต้นหญ้า น้องควายและชายน้อยของพจมานที่เดินทางมาเป็นเพื่อนในทริปนี้
...ขอบคุณ..
=======================================
