ภาษา
ปรับขนาดตัวอักษร
หมวดหลัก
จำนวนหมวดหลัก ทั้งหมด 915 รายการ
ขาตาแดงที่บางกล่ำ ปลูกง่ายรายได้ดี ราคา ก.ก ละ ๕๐ บาท ส่งตลาดหาดใหญ่ และมาเลซีย มีเท่าไร่ขายหมด ครับชาวเกษตรกรท่านใดสนใจ พันธุ์ ข่าตาแดง จะนำไปปลูกเพื่อขาย ชื่อพันธุ์ข่าตาแดงได้ที่ กลุ่มปลูกข่าตาแดง บ้านหนองม่วงตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา  นายยวง แก้วคงสี มือถือ 084-8616670 สอบถามวิธีการปลูกได้ พันธุ์ข่าตาแดง มีขายช่วงเดือน พ.ย-ธ.ค ทุกปี ครับ ช่วงเวลาอื่นไม่ขายครับศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ชาวบ้านบ้านท่าเมรุใน ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ปลูกข่าเป็นอาชีพหลักเกือบทั้งหมู่บ้านและเป็นแหล่งผลิตข่าที่ใหญ่ที่สุดของสงขลา กระจายไปยังตลาดทั้งในพื้นที่ภาคใต้ และส่งออกไปยังมาเลเซีย มีรายได้ต่อวันหลักพันบาท               วันนี้ (30 พ.ย.54) ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 5 บ้านท่าเมรุ ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เกือบทั้งหมู่บ้านกว่า 100 ครัวเรือน ยึดอาชีพปลูกข่าเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และยังเป็นแหล่งผลิตข่าคุณภาพดีที่ใหญ่ที่สุดของ จ.สงขลา กระจายไปยังตลาดทั้งในพื้นที่ทางภาคใต้ และบางส่วนยังส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย มีแม่ค้ามารับซื้อถึงบ้าน สร้างรายได้แต่ละครัวเรือนไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อวัน และยังเป็นการสร้างอาชีพให้แก่คนในหมู่บ้านโดยที่ไม่ต้องออกไปหางานทำข้างนอก               นางคะนึง จิตตระกูล หนึ่งในชาวบ้านที่ยึดอาชีพปลูกข่ามาหลายปี บอกว่า ข่าที่ชาวบ้านปลูกจะเป็นข่าตาแดง ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยใช้เพียงพื้นที่ว่างข้างบ้านราว 1-2 ไร่ หรือน้อยกว่านั้นเป็นที่ปลูก หรือปลูกแซมตามร่องสวนรวมกับพืชชนิดอื่นก็ได้ และสามารถเก็บขายได้ทุกวัน ราคากิโลกรัมละ 25-30 บาท แต่ช่วงนี้ราคาตกมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท เนื่องจากภาวะน้ำท่วมปริมาณการสั่งซื้อลดลงแต่เป็นช่วงสั้นๆ โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าจะมารับถึงบ้าน               โดยชาวบ้านบ้านท่าเมรุ เกือบทุกครอบครัวจะยึดอาชีพปลูกข่าตาแดงเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว และเป็นพืชเศรษฐกิจของหมู่บ้าน รายได้เฉลี่ยต่อวันไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ส่วนการดูแลก็ไม่ได้ยุ่งยากเพียงแค่รถน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน ถึงเวลาก็ขุดและนำมาตัดแต่งแช่น้ำใส่ภาชนะรอแม่ค้ามารับเท่านั้นข่าวจาก http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000152601
15 กรกฎาคม 2557
ผลการพิจารณา ก.ถ.เรื่องระบบแท่ง(จำแนกตำแหน่ง)ของ อปท.ยืนยัน ๑ มกราคม ๕๘ ท้องถิ่นต้องเข้าระบบแท่งตามมติ ก.ถ... ..ตามที่คณะกรรมการ ก.ถ.ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๕๗ ที่ผ่าน ผลการประชุม ก.ถ.ที่ประชุมยืนยันตามกรอบแนวทางเดิม คือ ให้ อปท.ทั่วประเทศเข้าสู่ระบบแท่ง(จำแนกตำแหน่ง) โดยมีสาระสำคัญตามภาพดังนี้ ..ภาพแผ่นที่ ๑ คือ กรอบแนวทางการทำงานของ ก.ถ. ..ภาพแผ่นที่ ๒ คือ โครงสร้างระบบแท่งมี ๔ แท่ง ..ภาพแผ่นที่ ๓-๖(ระบุหน้า๒-๕ บนหัวกระดาษ)คือ รายละเอียดของแต่ละแท่ง ..ภาพแผ่นที่ ๗ (หน้า ๖ บนหัวกระดาษภาพ)คือ ตารางเทียบระบบปัจจุบันกับแท่ง ..ภาพแผ่นที่ ๘ คือ เงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูงของแต่ละแท่ง แต่ละระดับ ..ภาพแผ่นที่ ๙ คือ เงินประจำตำแหน่ง(บริหาร,อำนวยการกลาง,สูง ได้คูณสอง) ..อย่างไรก็แล้วแต่นี่คือ กรอบเบื้องต้นที่ได้พิจารณาไว้ส่วนจะจบตามนี้หรือไม่ อยู่ที่คณะกรรมการ ก.ถ.ที่จะพิจารณาตามกรอบที่ผมเอามาลงแผ่นแรก ..ผมเองในฐานะ ๑ ในกรรมการ ก.ถ.ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้เป็นไปตามนี้ครับ ส่วนการเลื่อนเงินเดือนเราเลื่อนเป็นขั้นเงินเดือน(แบบระบบซีปัจจุบัน)ไม่เลื่อนเป็นระบบเปอร์เซ็นต์แบบ ก.พ.ครับ ลองดูกันก่อนสะเด็ดน้ำครับ ด้วยความเคารพ ปลัดเชื้อ ฮั่นจินดา ๓/๗/๕๗
10 กรกฎาคม 2557
รับสมัครเรือยาวเข้าร่วมการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 18 ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2556 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ โทรศัพท์ 074-328256 - 7 ต่อ 18 ,11 รายละเอียดประเภทการแข่งขันและเงินรางวัล 1. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๑๒ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๔๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท 2. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๖,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท 3. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ท้องถิ่น (จังหวัดพัทลุง,จังหวัดสงขลา) มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐.-บาท 4. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๔,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท 5. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย เยาวชนอายุไม่เกิน ๑๖ ปี มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๑,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๙,๐๐๐.-บาท
24 กันยายน 2556
รับสมัครเรือยาวเข้าร่วมการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 18 ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2556 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ โทรศัพท์ 074-328256 - 7 ต่อ 18 ,11 รายละเอียดประเภทการแข่งขันและเงินรางวัล 1. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๑๒ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๔๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท 2. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๖,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท 3. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ท้องถิ่น (จังหวัดพัทลุง,จังหวัดสงขลา) มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐.-บาท 4. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๔,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท 5. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย เยาวชนอายุไม่เกิน ๑๖ ปี มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๑,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๙,๐๐๐.-บาท
24 กันยายน 2556
รับสมัครเรือยาวเข้าร่วมการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 18 ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ตุลาคม 2556 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ โทรศัพท์ 074-328256 - 7 ต่อ 18 ,11 รายละเอียดประเภทการแข่งขันและเงินรางวัล 1. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๑๒ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๔๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท 2. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๖,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท 3. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๙ ฝีพาย ท้องถิ่น (จังหวัดพัทลุง,จังหวัดสงขลา) มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐.-บาท 4. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย ประชาชนทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๕,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๔,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐.-บาท 5. เงินรางวัล เรือ ประเภท ๗ ฝีพาย เยาวชนอายุไม่เกิน ๑๖ ปี มีรายละเอียดดังนี้ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๗,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๓,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๑๑,๐๐๐.-บาท รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๙,๐๐๐.-บาท
24 กันยายน 2556
...มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  คือ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล  จัดเพื่อความสามัคคีของพี่น้องชายแดนภาคใต้      เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา  โดยท่าน วิญญ์  สิทธิเชนทร์ ท้องถิ่นจังหวัดสงขลาแม่งานหลัก ที่ของบประมาณจาก หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ(สสส) จำนวน 5,462,000-บาท เพื่อใช้จัดการแข่งขันก๊ฬา 5 จังหวัดในครั้งนี้ และได้มีการประชุมฯคณะกรรมการโครงการร่วมพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์โดยใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้  สรุปให้ง่ายๆๆคือ  มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  คือ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล   รูปแบบการจัดเหมือที่เคยจัดปี 2551 ในปี 2554 นี้จะจัดการแข่งขันกีฬา ออกเป็น 10 ประเภท รายละเอียดการประชุมตามเอกสารแนบท้ายนี้ครับ โดยให้ อปท.ทุกแห่งส่งนักก๊ฬาเข้ารับการแข่งขันระดับตำบล/อปท. แล้วแข่งระดับอำเภอ ตามด้วยระดับจังหวัด ปิดท้าย 5 จังหวัด จัดการแข่งขันปิดสนามที่จังหวัดปัตตานี ในเดือน กันยายน 2554 ปลายปีงบประมาณ ครับก็นำมาฝากอปท. 5 จังหวัดจัดเตรียมนักกีฬาล่วงหน้าครับเอกสารประเภทกีฬา จำนวน 16 หน้า     งานนี้ต้องขอขอบคุณท่านท้องถิ่นจังหวัดสงขลา ที่ของบประมาณจากหน่วยงาน สสส.  มาสร้างสุขให้ประชาชน 5 จังหวัดชายแดนใต้ครับ ชนในชาติ...  สามัคคี       ทำความดี...  เพื่อพ่อหลวง       นายอักษร     บุตรโคตร     ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                              20 มิถุนายน 2554                    p-aksorn31@windowslive.comมหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 จัดเพื่อความสามัคคีของพี่น้องชายแดนภาคใต้ จำนวนรูป : ๖ จำนวนผู้ชม ๑๗๒๗ วันที่ : ๒๑/o๕/๒oo๘ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหกรรมกีฬาท้องถิ่น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2551 จัดเพื่อความสามัคคีของพี่น้องชายแดนภาคใต้ จำนวนรูป : ๖ จำนวนผู้ชม ๑๗๒๗ วันที่ : ๒๑/o๕/๒oo๘ สสส.คือแหล่ง งบประมาณอีกทางเลือกของอปท.ที่มิควรมองข้าม งบดีๆๆ มีเงื่อนใขให้สร้างเสริมสุขภาพเด็ก เยาวชน และขอบครัว ของอปท.เราเอง แถมทำดีมีให้ต่อ สสส.คือแหล่ง งบประมาณอีกทางเลือกของอปท.ที่มิควรมองข้าม งบดีๆๆ มีเงื่อนใขสร้างเสริมสุขภาพเด็ก เยาวชน และขอบครัว ของอปท.เราเอง  จากการที่ สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ หรือชื่ออย่อ  (สสส) ได้จัดงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 160 แห่ง แห่งละ 250,000.-บาท รวม 40 ล้านบาท ครอบคลุม 16 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเสียงเหนือ และภาคใต้ โดยให้อปท. 160 แห่ง นำงบประมาณไปดำเนินการในโครงการสร้างเสริมสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดย สสส. มองว่า เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญและเป็นรากฐานของการพัฒนาคน สังคม และประเทศไทย โดยจัดงบประมาณผ่านองค์กรหลักคือ อปท.และอปท.ได้ ดำเนินการไปแล้วเมื่อ เดือน กรกฎาคม 2552 -กรกฎาคม 2553 โครงการดังกล่าว อปท.ได้ดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมีมหาวิทยาลัย 3 แห่งเป็นพี่เลี้ยงให้ อปท. 160 แห่ง คือ 1.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดูแลภาคเหนือ 2.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.มหาวิทยาลัยทักษิณ ดูแลภาคใต้ นั้น     หน่วยงาน สสส. ได้เชิญ มหาวิทยาลัย พี่เลี้ยงและอปท.แกนนำที่มีผลงานดีเด่น 24 แห่ง มาสรุปผลการดำเนินงาน ว่า หน่วยงานของ สสส.ควร จะจัดงบประมาณประเภทนี้ลงหน่วยงานของ อปท.เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม หรือควรงดการดำเนินการ เมื่อวันทั้ 14-15 กุมภาพันธ์ 2554ณ ห้องประชุม victory ชั้น 2 โรงแรม all season ซ.พหลโยธิน 3 กรุงเทพมหานคร  ในฐานที่ทาง สสส.ได้เชิญอบต.บางกล่ำ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ก็อยากแนะนำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราพิจารณา มิควรมองข้าม ครับ     ที่ประชุมสรุปว่าหน่วยงาน สสส.จะสันบสนุนงบประมาณให้ อปท.เพิ่มมากขึ้น โดยเพิ่มจำนวนอปท.และงบประมาณให้มากขึ้น และให้อปท.ที่เข้าร่วมปีที่ผ่านมาเป็นการแนะนำเพื่อนๆๆอปท.ภายใต้เงื่อนใขเดิมคือ โครงการสร้างเสริมสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว และจะเริ่มคัดเลือก อปท.ประมาณเดือนพ.ค-มิ.ย 2554 นี้ ครับ   ก็นำมาเล่าสู้กันฟัง ครับ หวังว่า อปท.เพื่อนๆๆทั่วไทย จะเข้าร่วมกิจกรรมดีๆๆ ของ สสส. ครับ สุดท้าย ก็ขอขอบคุณหน่วยงานของ สสส. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดูแลภาคเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมหาวิทยาลัยทักษิณ ดูแลภาคใต้ รศ.นิโลบล นิ่มกิ่งรัตน์ ที่ปรึกษาโครงการ(ผู้ประเมินภายนอก)ผศ.ดร. จุฑารัตน์ สถิรปัญญาม.ทักษิณ มากๆๆ แทนเพื่อนๆๆ อปท.ครับ ชนในชาติ...  สามัคคี       ทำความดี...  เพื่อพ่อหลวง       นายอักษร     บุตรโคตร         ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                                                17 กุมภาพันธ์ 2554                                              มือถือ 089-1971331                                          p-aksorn31@windowslive.com กิจกรรมดีๆๆที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำได้ ครับ ประมวลภาพการประชุมสรุปบทเรียน อปท.43 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ สสส. ได้งบ 250,000 บาท ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช แอนด์ รีสอร์ท สงขลา วันที่ 27-28 มิ.ย. 2553 ประมวลภาพการประชุมสรุปบทเรียน อปท. ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช แอนด์ รีสอร์ท สงขลา วันที่ 27-28 มิ.ย. 2553รศ. นิโลบล  นิ่มกิ่งรัตน์ผู้ประเมิณภายนอก (ที่ปรึกษาโครงการสสส.)ดูรูปภาพ อปท 43 แห่ง ทั้งหมด เพิ่มเติมได้ที่เวบ มหาวิทยาลัยทักษิณ  ครับwww.tsu.ac.th/mou/list_mou1.php?aNum=20100628162628&id=334 สรุปผลการดำเนินงาน โครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนตำบลบางกล่ำ ของ อบต บางกล่ำ ณ โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส วันที่ 21 มิ.ย. 2553 สรุปผลการดำเนินงาน โครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนตำบลบางกล่ำ  ของ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ ณ โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส  อำเภอหาดใหญ่            วันที่ 21 มิถุนายน 2553                       พิธีเปิดโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑารัตน์ สถิรปัญญา        อาจารย์จากมหาวิทยาลัยทักษิณ    นายอรุณพร  พรหมโน นายกอบต.บางกล่ำ           กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินงาน           นายอักษร  บุตรโคตร ปลัดอบต.บางกล่ำ   ทำหน้าที่พิธีกร และบรรยายสรุปภาพรวมของงาน                   บรรยากาศของประชุมประกอบด้วย      ผู้บริหารอบต.บางกล่ำ,สมาชิกอบต.บางกล่ำ , พนักงานอบต.บางกล่ำ,คณะกรรมการโครงการฯผู้อำนวยการโรงเรียน 4 แห่ง และประชาชนตำบลบางกล่ำ ที่เข้าร่วมกิจกรรม กับอบต.บางกล่ำพิธีมอบเงินรางวัล และมอบของที่ระลึก1.โครงการเด็กยุคใหม่ไม่กินขนมซอง ชนะเลิศที่ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านยวนยางรับเงินรางวัล 4,000 บาทอาจารย์ กาญจนา  กุณทะโก เป็นผู้รับมอบชนะเลิศที่ 2 ได้แก่ โรงเรียนบ้านบางกล่ำรับเงินรางวัล 2,500 บาทผอ. จำรูญ  บุญสอาด เป็นผู้รับมอบชนะเลิศที่ 3 ได้แก่ โรงเรียนวัดท่าเมรุรับเงินรางวัล 1,500 บาทผอ.สกาวรัตน์   ชูพง  เป็นผู้รับมอบรางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนวัดบางหยีรับเงินรางวัล 1,000 บาทผอ.โรงเรียนวัดบางหยี เป็นผู้รับมอบ รางวัลชมเชย ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านบางกล่ำ รับเงินรางวัล 1,000 บาทนางสาวธีรดา  ร่วมสุข  เป็นผู้รับมอบ          โรงการปลูกผักสวนครัวรั่งกินได้ชนะเลิศที่ 1 ได้แก่ นางเพียร เถาถวิล หมู่ที่ 5 บ้านท่าเมรุได้รับเงินรางวัล 3,000 บาทชนะเลิศที่ 2 ได้แก่ นางอารีตน์ นันทวงศ์      หมู่ที่ 1 บ้านบางกล่ำบน         ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท                                       รางวัลชมเชย รับเงิน 500 บาท                 นายเหงียน   สว่างเพชร หมู่ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                ขอขอบคุณ1.สสส.สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ2.มหาวิทลยาลัยทักษิณ3.พี่น้องประชาชนตำบลบางกล่ำ        และคณะกรรมการทุกๆๆท่าน ครับ             วันที่ 22 มิถุนายน 2553 อบต.บางกล่ำ ยินดีต้อนรับ สสส.และ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณโครงการเพิ่มขีดความสมารถขององ อปท.โดย สสส.สนับสนุนงบ 250,000 บาท เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนตำบลบางกล่ำ อบต.บางกล่ำ ยินดีต้อนรับ สสส.และ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณโครงการเพิ่มขีดความสมารถขององ อปท.โดย สสส.สนับสนุนงบ 250,000 บาท เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนตำบลบางกล่ำ ตามสโลแกนที่ว่า สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ ต้อง ทำเอง อบต.บางกล่ำ ยินดีต้อนรับ สสส.และ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณโครงการเพิ่มขีดความสมารถขององ อปท.โดย สสส.สนับสนุนงบ 250,000 บาท เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนตำบลบางกล่ำ ตามสโลแกนที่ว่า สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ ต้อง ทำเอง ประมวลภาพลงพื้นที่นิเทศ อบต.บางกล่ำ วันที่ 2เมษายน 2553   ประมวลภาพลงพื้นที่นิเทศ อบต.บางกล่ำ วันที่ 24 มี.ค.2553   อบต.บางกล่ำ มอบพันธุ์ผัก,เมล็ดกล้า และอุปกรณ์ ในโครงการปลูกผักสวนครัวรั่วกินได้ ให้กับประชาชนในตำบลบางกล่ำ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 180 ครัวเรือน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 เวลา 10.30 น ณห้องประชุมสภาอบต.บางกล่ำ อบต.บางกล่ำ มอบพันธุ์ผัก,เมล็ดกล้า และอุปกรณ์ ในโครงการปลูกผักสวนครัวรั่วกินได้ ให้กับประชาชนในตำบลบางกล่ำ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 180 ครัวเรือน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 เวลา 10.30 น ณห้องประชุมสภาอบต.บางกล่ำ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 เวลา 10.30 น ณห้องประชุมสภาอบต.บางกล่ำนายอรุณพร พรหมโน นากอบต.บางกล่ำ ได้เป็นประธานในพิธีมอบพันธุ์ผัก,เมล็ดกล้า และอุปกรณ์ ในโครงการปลูกผักสวนครัวรั่วกินได้ ให้กับประชาชนในตำบลบางกล่ำ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 180 ครัวเรือน เป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนในตำบลบางกล่ำ ที่สมคัรเข้าร่วมในโครงการ มีสุขภาพดี โดยการออกกำลังกายปลูกผักสวนครัวไว้บริเวณบ้านเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน            รายการแจกพันธุ์ผักต่อหนึ่งครัวเรือน ประกอบด้วย1.เมล็ดผักบุ้ง            จำนวน 3      ขีด2.เมล็ดถั่วฝักยาว       จำนวน 1     ขีด3.ต้นมะเขือยาว          จำนวน 13   ต้น4.ต้นพริก(ดีปรี)         จำนวน 15   ต้น5.ปุ๋ยชีวภาพ              จำนวน 1     กิโลกรัม6.กระบวยรถน้ำ          จำนวน 1     ใบ           ถั่วฝักยาว,ผักคน้า ปลูกที่บ้านจอมมณี (สะพานมติรภาพไทย-ลาว)อำเภอเมืองหนองคาย            1 ก.พ-30 เม.ย 53 อย่าลืมเที่ยวหาดจอมมณี        หาดทรายขาวทะเลน้ำจืด(ลำน้ำโขง) แวะซิม ส้มตำปูปลาร้า ปลาช่อน,ปลานิน อาบเกลือเผา แซบอีลี่               ที่ (ร้านธงฟ้า) ชนในชาติสามัคคี          ทำความดีเพื่อพ่อหลวง                             นายอักษร     บุตรโคตร                  ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                                25 มกราคม  2553สรุปผลการประชุมการประชุมโครงการ สสส.สนับสนุนอบต.250,000 บาท 50 อปท.ภาคใต้ ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 3-4 ธันวาคม 2552 มี 10 อปท.ได้รับรางวัลความก้าวหน้ายอดเยี่ยม และได้นิทานเล่าให้ลูกฟัง บอกเล่าสิ่งดีๆๆ  กับต้นกล้า แห่งสายน้ำคลองบางกล่ำ  โลกจะสวย ด้วยสองมือน้อยๆๆ ของเด็ก ที่เดินตามรอยของพ่อสรุปผลการประชุมการประชุมโครงการ สสส.สนับสนุนอบต.250,000 บาท 50 อปท.ภาคใต้ ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 3-4 ธันวาคม 2552 มี 10 อปท.ได้รับรางวัลความก้าวหน้ายอดเยี่ยม    ตามที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้มีหนังสือขอเชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 50 องค์กร ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภาค ครั้งที่ 1  ตามโครงการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชนและครอบครัว  เมื่อวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ที่ 3 - 4 ธันวาคม 2552  ณ ห้องเปรมปรีด์ โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท สงขลา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปปรับแผนปฏิบัติการต่อไป โดยให้ผู้ร่วมประชุมจัดเตรียมนำเสนอในรูปแบบ Power point และป้ายไวนิลสำหรับจัดนิทรรศการ       ซึ่งการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีอปท. 10 ยอดเยี่ยมรวมถึงอบต.บางกล่ำ ด้วย จึงขอนำกิจกรรมดีๆๆ มาเล่าสู้กันฟัง ดังนี้ ครับกิจกรรมภาพรวมเปิดชมได้ที่ เวบ มหลวิทยาลัยทักษิณ ข้างล้างนี้ ครับwww.tsu.ac.th/mou1/ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม เยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม บอกเล่าสิ่งดีๆๆ  กับต้นกล้า แห่งสายน้ำคลองบางกล่ำ  โลกจะสวย ด้วยสองมือน้อยๆๆ ของเด็ก ที่เดินตามรอยของพ่อ                                  (รางวัลแห่งความดียอดเยี่ยม) ยอดเยี่ยม       คนสวยบางกล่ำ  (ดาวมหาลัย อบต.บางกล่ำ )     บอกเล่าสิ่งดีๆๆ  กับต้นกล้า แห่งสายน้ำคลองบางกล่ำ  โลกจะสวย ด้วยสองมือน้อยๆๆ ของเด็ก ที่เดินตามรอยของพ่อสำหรับผมการประชุมครั้งนี้ ได้นิทานพิ้นบ้านเล่าให้ลูกฟัง ลูกชายชอบมาก เรื่อง ห้าเกลอ จัดทำโดยงบ สสส. เขียนโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑารัตน์ สถิรปัญญา  ก็นำมาลงแบ่งปันความสุขให้ท่านผู้อ่านที่อยู่ทางบ้านลองไปอ่านให้ลูกฟังดูนะครับ   ครอบครัวต้นแบบ แห่งความดี ขอให้โชคดี ทุกๆๆท่าน ปีใหม่ 2553 นี้ ก็อวยพรให้ทุกท่านประสบแก่ความสุข โชคดี คิดดี ทำดี สิ่งดีๆๆ จะเข้ามาในชีวิต ครับ                        ชนในชาติสามัคคี      ทำความดีเพื่อพ่อหลวง            
20 มิถุนายน 2554
ประสบการณ์ตรง..จากเพื่อนท้องถิ่น : ศาลปกครองนครศรีธรรมราชสวนกลับ สตง.เบิกผิดหมวดไม่ใช่ความผิดร้ายแรง พิพากษาเพิกถอนคำสั่ง อบต.เขานิพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่สั่งให้ปลัดอบต.คืนเงินจำนวนกว่า 70,000 บาท ตามคำทักท้วงของ สตง. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช พิพากษาเพิกถอนคำสั่ง อบต.เขานิพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่สั่งให้ปลัดอบต.คืนเงินจำนวนกว่า 70,000 บาท ตามคำทักท้วงของ สตง. เป็นคดีปกครองที่น่าสนใจ ครับ ขอบคุณท่านปลัดอบต.รัตชพงศ์  ภักดีอักษร  มือถือ 081-9782717  ที่นำข้อมูลมาเล่าให้ฟังตอนไปประชุมที่จังหวัดตรัง ในเรื่องนี้ จึงขอสำเนาคำพิพากษา และประสานท่านป.พิพัฒน์ กลุ่มเพื่อนพนักงานส่วนตำบล นำมาเผยแพร่ ใว้เป็นข้อมูล พวกเราได้ใช้ประโยชน์ ครับ นายอักษร  บุตรโคตร ปลัดอบต.บางกล่ำ13  มิถุนายน 2554 สตง.เรียกเงินคืนเทศบาลในจ.อำนาจเจริญ กรณีอปท.จ่ายขาดเงินสะสมฯ เป็นเงินโบนัส ประจำปี 51 และ 52 โดยอ้างหนังสือที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552 อปท.ที่จ่ายขาดเงินสะสมฯเตรียมเอกสารชี้แจงได้ ดังนี้ สตง.เรียกเงินคืนเทศบาลในจ.อำนาจเจริญ กรณีอปท.จ่ายขาดเงินสะสมฯ เป็นเงินโบนัส ประจำปี 51 และ 52 โดยอ้างหนังสือที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552 อปท.ที่จ่ายขาดเงินสะสมฯเตรียมเอกสารชี้แจงได้ ดังนี้       ด้วยได้รับโทรศัพท์เพื่อนปลัดเทศบาลในจังหวัดอำนาจเจริญ ว่าสตง. เข้าตรวจและมีหนังสือเรียกเงินคืนเทศบาลกรณีอปท.จ่ายขาดเงินสะสมฯ เป็นเงินโบนัส ประจำปี 51 และ 52 โดยอ้างหนังสือที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552  ที่สรุปใจความได้ว่าไม่สามารถจ่ายขาดเงินสะสมเป็นเงินโบนัสได้ และขอหน้งสือหารือก.อบต.จังหวัดเลย ที่หารือก.อบต.ในเรื่องนี้หนังสือ ที่มท 0809.3/ว. 5 ลว. 9 มกราคม 2550 เรียนประธาน ก.จ.จ,ก.ท.จ และ ก.อบต.จ จังหวัดทุแห่งถือปฎิบัฎิตาม หนังสือ ที่มท 0809.3/35 ลว 9 ม.ค 50 ที่ตอบข้อหารือก.อบต จังหวัดเลย     เพื่อใช้ชี้แจงกับ สตง. และผมก็ได้ส่งไปให้แล้วคงจะมีอปท.หลายแห่งที่จ่ายขาดเงินสะสม เป็นเงินโบนัส ก็ขอให้เตรียมหลักฐานใว้ชี้แจง สตง.ในเรื่องนี้ 3 ฉบับ ดังนี้ ครับ เอกสารหนังสือ1. ที่ มท 0809.3/35 ลว. 9 มกราคม 2550 ตอบข้อ 2 ว่าจ่ายขาดเงินสะสมได้ตามระเบียบการเงินอปท. พ.ศ 2547 (ฉบับที่ 2) รวมแก้ใข 2548  หาเพิ่มเติมได้ที่ 1.หนังสือประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปี 2550 เล่มมาตราฐานบริหารงานบุคคล อบต.(ปกสีเขียวอ่อนๆๆ) หน้าที่ 504 ที่มท 0809.3/ว. 5 ลว. 9 มกราคม 2550 เรียนประธาน ก.จ.จ,ก.ท.จ และ ก.อบต.จ จังหวัดทุแห่งถือปฎิบัฎิตาม หนังสือ ที่มท 0809.3/35 ลว 9 ม.ค 50 หน้าที่ 505,506  ครับ  2.หนังสือประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปี 2551 เล่มมาตราฐานบริหารงานบุคคล อบต.(ปกสีส้มอ่อนๆๆ) หน้าที่ 554 ที่มท 0809.3/ว. 5 ลว. 9 มกราคม 2550 เรียนประธาน ก.จ.จ,ก.ท.จ และ ก.อบต.จ จังหวัดทุแห่งถือปฎิบัฎิตาม หนังสือ ที่มท 0809.3/35 ลว 9 ม.ค 50 หน้าที่ 555,556  ครับ   เอกสาร จำนวน 3 แผ่น  ครับ ลงนามโดย ท่านรองวสันต์ วรรณวโรทร รองอธิบดีกรมส่งเสริม (เลขาก.จ,ก.ท.และ ก.อบต3.หนังสือ กรมส่งเสริมมีหนังสือแจ้งแนวทางที่มท .0809.3/ว 141 ลว.30 มิ.ย 2548 พร้อมแนบคำวินิจฉัย ข้อ 90 (2) หนังสือสำนักบริหารงานการคลัง(สน.คท) ที่มท 0808.4/ 1301 ลว. 29 เม.ย 2548 ลงนามโดยผอ.ลักขณา  ปัสนานนท์  ลองเปืดอ่านดู ครับ สำหรับอปท.ที่จ่ายขาดเงินสะสมฯ ก็รวบรวมใว้ชี้แจงต่อ สตง.ได้ ครับ  1.หนังสือซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษแก่ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น4.หนังสือด่วนที่สุดที่มท 0809.3/ว.25 ลว 9 มี.ค 2549 ข้อ 8 หนังสือดังกล่วยังไม่ยกเลิก ครับ หนังสือเขียนตอบชัดเจน ลองอ่านดู ครับ 6.การกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ขอให้โชคดีนายอักษร      บุตรโคตรปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำประธานชมรมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสงขลา26 มีนาคม 2553มือถือ 089-1971331                 p-aksorn31@windowslive.comมีข้อมูลเรื่องดีๆๆ เสนอแนะเกี่ยวกับท้องถิ่น หรือการบริหารงานชมรมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสงขลาหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ ทางเวบ.อบต.บางกล่ำ www.bangklam.go.th/index.php  หรือ โทร 074-328256-7 ต่อ 13    ก็ส่งผลให้อปท.ทุกแห่งต้องปฎิบัติตามหนังสือสั่งการดังกล่าว ครับ เหตุเกิด เพราะก็ตามที่กรมฯว่า ครับ ด้วยปรากฎว่า ได้มี อปท.หลายแห่งหารือเกี่ยวกับการนำเงินสะสม ไปจ่ายเป็นเงินโบนัสได้หรือไม่ กระทรวงมหาดไทยจึงมีหนังสือตอบดังกล่าว ลองอ่านดู ครับ การกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น                10/03/2549 การรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย                10/03/2549 แบบประเมินฯ จำนวน 1 ชุด                10/03/2549 แบบแสดงรายจ่าย,แบบรายงานผล จำนวน 1 ชุด                10/03/2549 แผนผังสรุปขั้นตอนการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นฯ จำนวน 1 ชุด                10/03/2549 ร่างประกาศ ก.จังหวัดฯ จำนวน 3 ชุด                10/03/2549               การจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (มท 0808.4/ว4288)                05/01/2553 ปี 53 อปท.จ่ายขาดเงินสะสมฯ เป็นเงินโบนัส ไม่ได้แล้ว จริงหรือ!! ตามหนังสือที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552 เมื่อก.อบต.มีหนังสือตอบข้อหารือให้จ่ายได้ที่มท 0809.3/ว.5 ลว.9 ม.ค 50 ยังไม่ยกเลิก ดูรายละเอียด  จริงหรือ!! ตามหนังสือที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552  เมื่อก.อบต.มีหนังสือตอบข้อหารือให้จ่ายได้ที่มท 0809.3/ว.5 ลว.9 ม.ค 50 ยังไม่ยกเลิก ดูรายละเอียด ด้วยมีเพื่อนๆๆพนักงานส่วนตำบลและพนักงานเทศบาล ได้ขอหนังสือตอบข้อหารือ ก.อบต.จังหวัดเลย เกี่ยวกับการจ่ายขาดเงินสะสมเป็นโบนัสจำนวนมาก จึงขอชี้แจงและลงเอกสารเพิ่มเติม เพื่อเพื่อนทุกท่าน ที่สนใจเปิดอ่านใว้เป็นข้อมูล ครับ ดังนี้ เอกสารหนังสือที่ มท 0809.3/35 ลว. 9 มกราคม 2550 ตอบข้อ 2 ว่าจ่ายขาดเงินสะสมได้ตามระเบียบการเงินอปท. พ.ศ 2547 (ฉบับที่ 2) รวมแก้ใข 2548  หาเพิ่มเติมได้ที่ 1.หนังสือประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปี 2550 เล่มมาตราฐานบริหารงานบุคคล อบต.(ปกสีเขียวอ่อนๆๆ) หน้าที่ 504 ที่มท 0809.3/ว. 5 ลว. 9 มกราคม 2550 เรียนประธาน ก.จ.จ,ก.ท.จ และ ก.อบต.จ จังหวัดทุแห่งถือปฎิบัฎิตาม หนังสือ ที่มท 0809.3/35 ลว 9 ม.ค 50 หน้าที่ 505,506  ครับ  2.หนังสือประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปี 2551 เล่มมาตราฐานบริหารงานบุคคล อบต.(ปกสีส้มอ่อนๆๆ) หน้าที่ 554 ที่มท 0809.3/ว. 5 ลว. 9 มกราคม 2550 เรียนประธาน ก.จ.จ,ก.ท.จ และ ก.อบต.จ จังหวัดทุแห่งถือปฎิบัฎิตาม หนังสือ ที่มท 0809.3/35 ลว 9 ม.ค 50 หน้าที่ 555,556  ครับ   เอกสาร จำนวน 3 แผ่น  ครับ ลงนามโดย ท่านรองวสันต์ วรรณวโรทร รองอธิบดีกรมส่งเสริม (เลขาก.จ,ก.ท.และ ก.อบต )                เอกสารนี้สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย แจก ในการประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปี 2550 และ 2551 (ผู้ประชุมประกอบด้วยปลัดอบต.และพนักงานอบต. ครับ ) คิดว่าทุกจังหวัดมีเอกสารนี้อยู่ สำรับครับ                                           ต้องบอขอบพระคุณท่านประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ท่านปลัดเชื้อ  ฮั่นจินดา ที่จัดทำเอกสารแจก ได้ดีมากๆๆ ครับ                   ขอให้โชคดี ครับ                  นายอักษร          บุตรโคตร                     ปลัดองค์การบริหารส่วนบางกล่ำ                                                                                      18 มกราคม    2553ปี 53 อปท.จ่ายขาดเงินสะสมฯ เป็นเงินผลประโยชน์ตอบแทนอื่น(โบนัส) ไม่ได้แล้ว ตามหนังสือแจ้งที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552  ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ครับ  ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งที่มท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552 ลงในเวบกรมส่งเสริมฯเมื่วันที่ 5 มกราคม 2553 ลงนามโดย นายมานิตย์ วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกจากสำนักบริหารการคลังส่วนท้องถิ่น โทร 02-241-8926      ก็ส่งผลให้อปท.ทุกแห่งต้องปฎิบัติตามหนังสือสั่งการดังกล่าว ครับ เหตุเกิด เพราะก็ตามที่กรมฯว่า ครับ ด้วยปรากฎว่า ได้มี อปท.หลายแห่งหารือเกี่ยวกับการนำเงินสะสม ไปจ่ายเป็นเงินโบนัสได้หรือไม่ กระทรวงมหาดไทยจึงมีหนังสือตอบดังกล่าว ลองอ่านดู ครับ               การจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (มท 0808.4/ว4288)                05/01/2553 หนังสือจังหวัดสงขลาที่ สข. 0037.5/ว.133 ลงวันที่ 12 มกราคม 2553จำนวน 4 แผ่น สำหรับกรณีการจ่ายขาดเงินสะสมฯเพื่อจ่ายเป็นโบนัส ที่จ่ายไปแล้วเมื่อปี 2548-2552 ก็ต้องถือว่าจ่ายได้ เพราะกรมส่งเสริมมีหนังสือแจ้งแนวทางที่มท .0809.3/ว 141 ลว.30 มิ.ย 2548 พร้อมแนบคำวินิจฉัย ข้อ 90 (2) หนังสือสำนักบริหารงานการคลัง(สน.คท) ที่มท 0808.4/ 1301 ลว. 29 เม.ย 2548 ลงนามโดยผอ.ลักขณา  ปัสนานนท์  ลองเปืดอ่านดู ครับ สำหรับอปท.ที่จ่ายขาดเงินสะสมฯ ก็รวบรวมใว้ชี้แจงต่อ สตง.ได้ ครับ  1.หนังสือซักซ้อมแนวทางปฏิบัติการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษแก่ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนังสือด่วนที่สุดที่มท 0809.3/ว.25 ลว 9 มี.ค 2549 ข้อ 8 หนังสือดังกล่วยังไม่ยกเลิก ครับ หนังสือเขียนตอบชัดเจน ลองอ่านดู ครับ 6.การกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปิดท้ายหนังสือจังหวัดเลย ด่วนที่สุด ที่มท 0869.2/ 17328 ลว.12 ธ.ค 2549 หารือเรื่อง2.กรณีการจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นจากเงินสะสมฯ สำนักงานก.จ, ก.ท และก.อบต มีหนังสือตอบข้อหารือโดยมีหนังสือ แจ้งประธานก.จ.จ , ก.ท.จ และก.อบต.จังหวัดเลย  ที่ มท 0809.3/35 ลว. 9 มกราคม 2550 ตอบข้อ 2 ว่าจ่ายขาดเงินสะสมได้ตามระเบียบการเงินอปท. พ.ศ 2547 (ฉบับที่ 2) รวมแก้ใข 2548 หนังสือหน้าที่ 2 ข้อ 2. ฉบับนี้ อบต.จ.สงขลา หาหนังสือได้ ในคู่มือที่ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา อบรมหลักสูตรบุคคลากรมืออาชีพ เมื่อวันที่ 29-30 สิงหาคม 2552 เล่มสีชมพู หน้าที่ 76 และ77 ครับ  สำหรับเพื่อนข้าราชการอปท.ขอมาได้ที่ p-aksorn31@ windowslive.com จะส่งเอกสารไปให้ หรือโทร.สอบถามได้ที่ อบต.บางกล่ำ 074-328256-7 ต่อ 11 คุณกาญนา แก้วดี หรือต่อ 13 ปลัดอบต.บางกล่ำ มือถือ 089-1971331 ยินดีจัดส่งให้ ครับ                           ข้าราชการต้องถือปฎิบัติตามระเบียบฯ  ในส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเพราะอปท.เราไม่เข้าใจ เลยถามไปที่กรมส่งเสริมฯซึ่งมีหนังสือแจ้งแนวปฎิบัติในเรื่องนี้อยู่แล้วอย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของหนังสือมท 0808.4/ว 4288 ลว.24 ธ.ค 2552 ลงในเวบกรมส่งเสริมฯเมื่วันที่ 5 มกราคม 2553 ลงนามโดย นายมานิตย์ วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกจากสำนักบริหารการคลังส่วนท้องถิ่น โทร 02-241-8926  โดยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด  ซึ่งโดยปกติหนังสือเรื่องนี้ ท่านสังเกตุให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ว. 25 ลว.9 มี.ค 2549 เขาจะมีหนังสือแจ้งประธานก.จ.จ , ก.ท.จ และก.อบต.จังหวัดทุกแห่ง เพื่อถือปฎิบัติ                      ก็นำมาเล่าสู้กันฟัง ขอให้โชคดี ครับ                                 นายอักษร          บุตรโคตร                         ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                                        7 มกราคม    2553 การจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น-----------------------------------           กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือที่ มท 0808.4/ว 4288 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2552 เรื่อง การจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ สำหรับข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น สรุปได้ความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะใช้เงินสะสม หรือจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อนำมาจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า "เงินโบนัส" ไม่ได้           เรื่องดังกล่าว ทำให้หลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะได้จ่ายเงินโบนัสจากเงินสะสมไปหลายแห่ง เพราะแต่เดิมมีการเข้าใจกันว่า สามารถจ่ายขาดเงินสะสมได้ ซึ่งประเด็นนี้ มีปัญหามาหลายปี มีการตั้งกระทู้สอบถามอย่างไม่เป็นทางการผ่านเว็บบอร์ดของกรมส่งเสริมฯ หรือมีการสอบถามวิทยากรของกรมส่งเสริมฯ ในหลายเวที แต่ก็ไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ และมีการถกเถียงกันมาตลอดว่า ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำให้เกิดการตีความไปต่าง ๆ นานา เมื่อกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือมาเช่นนี้ ถามว่า "ต้องคืนเงินหรือไม่" คงตอบไม่ได้ เพราะคนที่ออกหลักเกณฑ์นี้คือ คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด, คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ซึ่งออกหลักเกณฑ์มาหลายปีแล้ว คนที่เป็นประธานก.กลางก็เปลี่ยนแปลงไปหลายคน กรรมการก็ปรับเปลี่ยนไปหลายยุค ดังนั้น หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมฯ มีความเห็นขัดแย้งกับ ก.กลาง ทั้ง 3 คณะที่ (อาจ) มีความเห็นว่า สามารถจ่ายขาดเงินสะสมได้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมฯ ควรนำข้อหารือหรือข้อสงสัยนี้ เสนอต่อ ก.กลางเพื่อร่วมวินิจฉัย ถึงเจตนารมย์ของ ก.กลาง ทั้ง ๓ คณะว่า มีความเห็นหรือมีเจตนารมย์อย่างไร มิใช่ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมฯ มาเสนอความเห็นโดยเจ้าหน้าที่ของกรมฯเสียเอง โดยไม่รับฟังความเห็นของคนที่ออกหลักเกณฑ์เหล่านี้..... รายละเอียดคลิกที่นี่ ร่วมแสดงความเห็นเรื่องนี้ คลิกที่นี่ .count {font-size:10px;font-family:Arial, Helvetica, sans-serif;text-align:center;margin:0px}.ct img{border:0} .ct a,.ct a:visited{color:#999999;text-decoration:none}.ct a:hover{color:gray;text-decoration:underline} Web Design Articles     (๑๑ มกราคม ๒๕๕๓)   
13 มิถุนายน 2554
ไขข้อข้องใจเงินเพิ่ม 5 % และเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ตอนที่ ๓ "ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างเตรียมเฮ และแนวทางปฏิบัติหลังปรับเงิน 5 %"(ดูตัวอย่างคำสั่งการปรับเงินตามคุณวุฒิ คลิกที่นี่ )             สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาทุกทีแล้วละครับ ผมเข้าใจว่าส่วนใหญ่พวกเราคงตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วว่า จะเลือก ส.ส.เขตเบอร์ไหน เลือกปาตี้ลิสพรรคใด หรือบางคนวางแผนไม่เลือกใคร ก็เป็นไปตามระบบที่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรับได้กับ ระบบประชาธิปไตย (เมืองไทย) ที่ไม่เหมือนประเทศใดในโลก และไม่มีที่ไหนเหมือนครับ อดีต เราให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ก็กล่าวหาว่า ไม่เป็นกลาง ใช้กลไกรัฐแทรกแซงเจ้าหน้าที่ ทำให้พรรครักษาการรัฐบาลได้เปรียบ จึงเกิด กกต.หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ในเริ่มแรก คนไทยรู้สึกดีใจที่มี ๕ เสือ กกต. เอาจริงเอาจังกับการทุจริตการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไปปี ๒๕๔๔ ที่มีผู้สมัคร ส.ส.โดนใบแดงไปทั่วปฐพีผืนแผ่นดินไทย แต่หลังจากวันนั้นถึงวันนี้ กกต.ก็ทำให้คนไทยผิดหวัง ไม่เพียงแต่ไม่มีใบแดงเท่านั้น ใบเหลืองก็แทบจะไม่เห็นออกจากกกต. ซึ่งค้านกับสายตาประชาชนที่มองว่า การเลือกตั้งไม่ว่าระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น มีการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม และวันนี้ ผมก็เชื่อว่า หลายพื้นที่คงเห็นด้วยตาของพวกเราแล้วว่า "เงิน" ซื้อได้ทุกอย่างจริง หลายคนถึงกับบอกว่า หาก กกต.เป็นเพียงเสือกระดาษแบบปัจจุบัน สู้ไม่มีเสียดีกว่า เปลื่องงบประมาณแผ่นดินเปล่า ๆ เพราะประชาชนหวังว่า กกต.จะกล้าที่จะจับนักการเมืองโกงไม่ว่าระดับใด เพราะเมื่อคนที่กล้าเสนอตัวเป็น กกต.แล้ว พวกท่านต้องรู้แล้วว่า พวกท่านจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และพวกท่านต้องกล้าที่จะสละทุกอย่างโดยเฉพาะชีวิตที่เหลือไม่กี่ปีของ ๕ เสือกกต. ควรใช้ชีวิตในบั้นปลายสละเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานไว้ว่า "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" จึงเป็นเสมือนหน้าที่หลักของ กกต.นั่นเอง หาก กกต.ไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ไม่สมควรมี กกต.อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ กกต.ไม่สามารถยืนด้วยขาของตนเองได้อยู่แล้ว ต้องอาศัยส่วนราชการอื่น ๆ ไม่ว่า ทหาร ตำรวจ พลเรือน และข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ต่างอะไรกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในอดีต แต่ที่ต่างกันก็คือ กรมการปกครอง ในอดีต ไม่ได้ใช้งบประมาณสิ้นเปลืองมหาศาลเหมือนดังเช่น "กกต." ในปัจจุบัน           วันนี้ ขอกล่าวถึงเงินเพิ่มร้อยละ ๕ หรือ ๕ % ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ อีกครั้งหนึ่ง สำหรับพนักงานจ้างและลูกจ้างประจำครับ ครั้งก่อนในตอนที่ ๒ ผมได้นำหนังสือของกระทรวงการคลัง มาเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เงินร้อยละ ๕ สำหรับข้าราชการ บุคลากรภาครัฐ ทุกระดับ โดยกระทรวงการคลังได้แจ้งเวียนไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามมติครม.ดังกล่าว ซึ่งลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ ของส่วนราชการในสังกัดราชการส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาคได้รับค่าจ้าง-ค่าตอบแทนเพิ่มไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ครั้งแรก ที่ผมได้สอบถามไปยัง ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ท่านแจ้งว่า ครม.ไม่ได้มีมติครอบคลุมถึง แต่เมื่อมีลูกจ้างประจำได้ทักท้วงและส่งหนังสือมาให้ตรวจสอบนั้น เมื่อผมได้นำเสนอไปแล้วครั้งก่อน ปรากฎว่า มีความเคลื่อนไหวของสำนักพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ไปในทิศทางที่ดีขึ้นครับ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผอ.ชนินทร์ ราชมณี ผอ.ส่วนประสานการถ่ายโอนฯ ได้มาชี้แจงต่อที่ประชุม เพชรเครือข่าย (ผู้ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรวินัยและได้รับคัดเลือกเข้าร่วมประชุมที่กรมส่งเสริมฯ) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการยกร่างประกาศ คาดว่าจะสามารถนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ก.กลางในปลายเดือนมิถุนายนนี้ และเมื่อวานนี้ (๗ มิ.ย.) ผมได้ต่อสายเรียนสอบถาม ผอ.ศิริวัฒน์ฯอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านแจ้งว่า หนังสือเรื่องดังกล่าวไม่ได้เข้ามายังท่าน แต่ไปยังผู้ที่รับผิดชอบคือ ผอ.สมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ผอ.ส่วนส่งเสริมกิจการการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และปัจจุบันกำลังดำเนินการยกร่างประกาศและจัดทำตารางอยู่ โดยท่านแจ้งว่า เนื่องจาก พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่เหมือนกับ ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค ดังนั้น อาจต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งท่านก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอ ก.กลางทันภายในเดือนมิถุนายนนี้หรือไม่ แต่ท่านแจ้งว่า ยังไงก็จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ อย่างแน่นอน ครับ ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง ทุกท่านก็สบายใจได้แล้วนะครับว่า เรื่องนี้ กรมส่งเสริมฯรับทราบปัญหาและได้เร่งดำเนินการให้แล้ว แต่อย่างที่เราเห็นว่า ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างของท้องถิ่นนั้น มีความหลากหลายกว่าของพลเรือน ดังนั้น จึงต้องรอบคอบพอสมควร เพื่อมิให้เกิดกรณี "สุกเอา เผากิน" เหมือนดังกรณี เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ที่กำลังเกิดปัญหาสลับซับซ้อนตามมาอีกหลายประเด็น อันเนื่องจากความเร่งรีบ นำตารางของข้าราชการพลเรือนมาใช้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งดุ้น ไม่มีการปรับให้เหมาะสมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงทำให้เกิดปัญหาดังที่หลายคนประสบอยู่          เรื่อง เงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒินั้น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในระดับที่มองว่า ตัวเองไม่ได้รับอานิสงค์จากเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่มีเงินเดือนสูง ตั้งแต่ ๑๘,๐๐๐ บาทขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ๖ - ๗ - ๘ - ๙ ดังนั้น พวกเราจึงไม่ค่อยเห็น ปลัดอบต./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบจ. ดื้นรนหรือเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องนี้ มีเพียงกลุ่มน้อง ๆ ที่มีเงินเดือนระดับ ๑๖,๐๐๐ บาทลงมาเท่านั้น ที่กำลังรวมตัวกันเพื่อยื่นฟ้องศาลปกครอง โดยมี ชมรมนิติกรอปท.แห่งประเทศไทย เป็นแกนหลัก ประเด็นที่กลุ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่นมองว่า ไม่เป็นธรรมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็คือ กรณีที่ข้าราชการพลเรือนถือว่าเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ มีการปรับให้เป็นเงินเดือนด้วย แต่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเพียงเงินเพิ่มโดยไม่ถือเป็นเงินเดือน ซ้ำร้าย ใครที่ได้รับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิมากขึ้นเท่าใด ก็จะส่งผลให้ลดเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราวลงไปด้วย สุดท้ายก็เหมือนกับได้เงินเท่าเดิม (ส่วนใหญ่) ซึ่งหลายท่านก็มองว่า แล้วคนที่มีเงินเดือนเกิน ๑๑,๗๐๐ บาท นั้น ทำไมถึงได้เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ แต่สำหรับคนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า ๑๑,๗๐๐ บาท พอบวกเข้ากับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิแทนที่จะได้เงินเพิ่มขึ้น แต่กลับได้เท่าเดิม เพราะไปลดเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราว นั่นเอง ประเด็นนี้ หลายคนที่มีเงินเดือนสูงอาจมองไม่เห็นว่า จริง ๆ แล้วตนเองก็ได้รับผลกระทบด้วย เพราะหากมีการนำเงินเพิ่มตามคุณวุฒิไปปรับฐานเงินเดือน ให้คนที่บรรจุเข้ารับราชการแรกเริ่มให้ได้เงินเท่ากับข้าราชการพลเรือนนั้น ก็จะทำให้ฐานเงินเดือนที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันมีการขยับฐาน อันจะส่งผลให้ช่องระหว่างขั้นเงินเดือนขยายกว้างไปด้วย ทำให้คนที่มีเงินเดือนสูงได้รับอานิสงค์ไปด้วย นั่นก็คือ ช่องอัตราเงินระหว่างขั้นจะมีการขยายกว้างทำให้วงเงินในแต่ละขั้นเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้น การที่ชมรมนิติกรอปท.แห่งประเทศไทย รับเป็นแกนในการดำเนินการในเรื่องนี้ จึงควรได้รับแรงสนับสนุนจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภท ทุกระดับ ทุกตำแหน่ง ทั่วประเทศครับ แม้จะมีเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกน้อยใจจาก ผอ.ชนินทร์ ราชมณี ในการมาชี้แจงต่อผู้เข้าประชุม "เพชรเครือข่าย" เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ว่า "พวกคุณจะฟ้องผมหรือ" แต่อย่างไร ผมคิดว่าพวกเราควรให้การสนับสนุนเรื่องนี้ครับ เพราะเราไม่ได้ฟ้องตัวบุคคล แต่เราฟ้องคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ไม่ได้ฟ้องเอาผิด แต่ฟ้องเพื่อใช้กลไกทางศาลให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่หลายเรื่องด้อยกว่า ข้าราชการพลเรือน ซึ่งยังไม่นับรวม ข้าราชการครู ที่นอกจากได้รับเงินเพิ่มร้อยละ ๕ เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ เงินวิชาชีพครู และยังได้รับเงินเพิ่มอีก ๘ % รวมเป็น ๑๓ % ข้ออ้างของหลาย ๆ ฝ่ายที่ว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับสวัสดิการดีกว่า ข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการประเภทอื่น โดยยกกรณี การได้เงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ หรือที่เราเรียกกันว่า "โบนัส" มากกว่าข้าราชการประเภทอื่นนั้น เป็นคนละเรื่อง เป็นคนละประเด็น และเป็นเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างยิ่งครับ เพราะหากให้ความเป็นธรรมกันจริง ๆ ข้าราชการส่วนกลางและข้าราชการส่วนภูมิภาคนั้น ได้รับเงินก้อนมากกว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายเท่าครับ แต่เงินก้อนใหญ่นั้น ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็คงรู้ว่าไปตกอยู่กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หมด หากเทียบว่า ปลัดอบต./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบจ./ปลัดเมืองพัทยา คือ ปลัดกระทรวง เพราะอปท.เป็นทบวงการเมือง แล้ว เมื่อเทียบเงินโบนัสของ ปลัดอปท.เหล่านี้กับ ปลัดกระทรวง เทียบกันไม่ได้เลยครับ ปลัดอปท.อาจได้รับเงิน ๑ - ๒ แสนบาท (อยู่ที่เงินเดือน) ผมเชื่อว่า ปลัดกระทรวงน่าจะได้รับไม่ต่ำกว่านี้อย่างแน่นอนครับ และหากเทียบผอ.สำนัก/ผอ.ส่วน/หัวหน้าส่วน ของท้องถิ่น เท่ากับ อธิบดีกรม หัวหน้าส่วนราชการของอปท.ได้รับเงินโบนัสเทียบไม่ได้กับอธิบดีอย่างแน่นอนครับ ดังนั้น การที่ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับเงินโบนัสมากกว่า ข้าราชการส่วนกลางหรือภูมิภาคนั้น จึงไม่จริงครับ           สำหรับปัญหาในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงินเพิ่มตามคุณวุฒิที่ประกาศใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น ยังคงมีปัญหาจุกจิกตามมาอยู่หลายประการครับ มีน้อง ๆ หลายสิบคนเมล์สอบถามมาบ้าง โทรมาสอบถามบ้าง บางเรื่องผมก็ตอบได้ บางเรื่องก็ตอบไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมก็รู้เท่า ๆ กันพวกเรานั่นแหละครับ เพียงแต่ขอให้พวกเราอ่านหลักเกณฑ์นี้ร่วมกัน และทำความเข้าใจกับมัน ก็จะมองเห็นทางออกครับ หลายคนไม่อ่านไม่ศึกษา ก็จะถามตรง ๆ (เพราะชี้เกียจอ่าน) ก็ต้องขอตอบตรง ๆ ว่า ผมไม่ตอบให้นะครับ เพราะพวกเราต้องเข้าใจว่า ผมก็เป็นปลัดอบต.เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นฝ่ายเลขานุการก.กลาง ไม่ได้เป็นกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ไม่ได้ออกหลักเกณฑ์เหล่านี้ จึงมีภูมิความรู้พอ ๆ กับพวกเรานั่นแหละครับ ไม่ได้เก่งกาจรู้ไปทุกเรื่องอย่างที่หลายคนพยายามยัดเยียดตำแหน่งนี้ให้ผมครับ ดังนั้น ขออภัยน้อง ๆ ที่สอบถามมา และไม่ได้ตอบกลับไป เรื่องการบริหารงานบุคคลนั้น ท่านเมล์สอบถามโดยตรงที่กรมส่งเสริม หรือโทรสอบถามโดยตรงที่ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ โทร. ๐๘๑-๙๓๘๒๖๑๗ หรือ ผอ.สมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ โทร. ๐๘๙-๙๖๙๒๕๒๘ หรือ ผอ.ชนินทร์ ราชมณี โทร. ๐๘๑-๑๗๔๓๗๘๕ แต่ต้องดูจังหวะช่วงเวลาด้วยว่า ท่านจะว่างตอบหรือไม่ เช่น ควรโทรไปช่วงก่อน ๐๘.๓๐ น. หรือโทร.ช่วง ๑๒.๓๐ - ๑๓.๐๐ น. หรือ โทร.ช่วงหลัง ๑๗.๐๐ น. แต่ก่อน ๓ ทุ่ม เป็นต้น หรือไม่อยากรบกวนท่านผอ.เหล่านั้น ก็ลองเมล์สอบถามทีมงานกลุ่มเพื่อนฯที่พร้อมตอบเรื่องเหล่านี้ ที่ ป.วรพจน์ เข็มปัญญา ปลัดอบต.บ้านกลาง จ.นครพนม กรรมการและวิชาการ สมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น ที่ worapot2511@hotmail.com ท่านพร้อมอนุเคราะห์ช่วยเหลือครับ สำหรับผมขอให้พวกเราช่วยเก็บไว้ช่วยเหลืออย่างอื่นบ้างนะครับ เพราะบางทีเมล์สอบถามยังผม ผมไม่ตอบก็รู้สึกไม่ดีครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น มันต้องใช้เวลาค้นครับ ผมจึงไม่มีเวลามากนักนะครับ ไม่เหมือนคนที่ทำเรื่องนี้โดยตรง โดยเฉพาะสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดฝ่ายบริหารงานบุคคล ในจังหวัดของท่านนั่นแหละครับ จะให้คำตอบกับพวกเราได้เป็นอย่างดี ยกเว้นว่า ความเห็นไม่ตรงกัน ก็ค่อยว่ากันอีกที         ประเด็นปัญหาด้านการเบิกเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ หลังจากที่เราได้ปรับเงินเดือนตามตารางใหม่ (เงินปรับร้อยละ ๕) แล้วเงินเดือนไม่ตรงกับช่วงไหนของตารางเงินปรับเพิ่มตามคุณวุฒินั้น ประเด็นนี้ ฝ่ายเลขานุการ ก.กลาง รับทราบแล้ว โดย ผอ.ศิริวัฒน์ฯ แจ้งให้ทราบว่า อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุง และจะแจ้งแนวทางปฏิบัติให้พวกเราทราบโดยเร็วต่อไป ในเรื่องเดียวกันนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณวิษณุ ผู้ช่วยท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่รับผิดชอบงานบุคคลของท้องถิ่น แจ้งให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติว่า การปรับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ให้ออกคำสั่งให้ปรับเพิ่มครั้งที่ ๑ ก่อน คือ คำสั่งตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ส่วนคำสั่งครั้งที่ ๒ คือวันที่ ๑ เมษายน - ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ให้ชลอไว้ก่อนจนกว่า ก.กลางจะแจ้งแนวทางปฏิบัติมาให้ทราบ (ดูตัวอย่างคำสั่งการปรับเงินตามคุณวุฒิ คลิกที่นี่ ) ดังนั้น ประเด็นนี้ จึงขอให้พวกเราใจเย็นไว้ก่อนครับ เพราะฝ่ายเลขานุการ ก.กลาง กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขให้อยู่ครับ           ครับ ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเงินเพิ่มร้อยละ ๕ ของลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างก็ดี หรือเงินเพิ่มตามคุณวุฒิก็ดี หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ยังคงแก้ไขไม่ได้ เช่น การย้ายสับเปลี่ยนระหว่างพนักงานเทศบาลกับพนักงานส่วนตำบลก็ดี ที่ย้ายสับเปลี่ยนกันไม่ได้ ต้องรอให้ตำแหน่งว่างก่อน ทั้งที่รัฐธรรมนูญให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามารถโยกย้ายสับเปลี่ยนไปมากันได้ แต่กติกากลับไม่มีการแก้ไข แต่ดันไม่แก้ไขในเรื่องที่ไม่ควรแก้ไขเหมือนกรณีการออกหลักเกณฑ์การย้ายกรณีขัดแย้ง เสมือนลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งเพิ่มปัญหา ประเด็นนี้เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ ปัจจุบันก็หาทางออกไม่ได้คงปล่อยให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องดิ้นรนหาทางออกกันเอง หรือประเด็นใหญ่ที่สุดคือ การอ้างอิงของก.กลางทีอธิบายต่อพวกเราว่า ก.กลางไม่มีอำนาจปรับฐานเงินเดือน การปรับเงินตามคุณวุฒิจึงต้องเป็นเงินเพิ่มที่ไม่ใช่เงินเดือนเพื่อให้ได้ตามข้าราชการพลเรือนไปก่อน แต่จะนำไปผนวกเป็นเงินเดือนนั้น ยังทำไม่ได้ต้องรอให้มี ก.ถ.ก่อน หลายคนก็สงสัยว่า ทำไมถึงไม่มี ก.ถ. ก็อยากอธิบายให้คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจังทราบว่า คำว่า ไม่มี ก.ถ.นั้น หมายถึง องค์ประกอบของ ก.ถ.ไม่ครบ ปัจจุบัน ก.ถ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น มีมาตั้งนานแล้ว สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการฯเท่าที่ทราบก็มีมา ๒ ชุดแล้ว แต่ชุดที่ ๓ นั้นเกิดปัญหาในเรื่องการคัดเลือกประธาน ก.ถ. ที่ให้กรรมการ ๓ ฝ่าย คือ กรรมการฝ่ายข้าราชการประจำ กรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอชื่อคัดเลือกตัวประธาน ก.ถ. ซึ่งต้องไม่ใช่มาจากกรรมการทั้ง ๓ ฝ่ายข้างต้น เท่าที่ทราบ ฝ่ายการเมืองไม่ปลื้ม ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธาน ก.ถ. จึงมีการชลอไม่เสนอต่อ ครม.ยืดเยื้อมานานกว่า ๒ ปีแล้ว ก็ยังไม่มีการเสนอให้ ครม.แต่งตั้ง ดังนั้น เมื่อองค์ประกอบ คณะกรรมการฯไม่ครบ ก.ถ.จึงไม่สามารถประชุมได้ ดังนั้น คำว่า ไม่มี ก.ถ. จึงเป็นเช่นนี้ เพียงแต่ที่แปลกใจสำหรับหลาย ๆ คนที่ติดตามเรื่องนี้ก็คือ ทำไมตัวแทนฝ่ายข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้ง ปลัดอบจ./ปลัดเทศบาล/ปลัดอบต. ที่เป็น ก.กลางนั้น ถึงไม่เคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น และไม่แจ้งแถลงให้พวกเราได้รับทราบเรื่องนี้ แต่เรื่องมาแดงขึ้นเพราะ ก.กลาง มีความเห็นกรณีการที่ ก.อบต.และก.ท.ขอกำหนดเงินประจำตำแหน่งของหัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกฎหมายของ ก.กลาง อ้างว่า อำนาจการกำหนดเงินประจำตำแหน่งเป็นอำนาจของ ก.ถ. ไม่ใช่อำนาจของ ก.กลาง และขณะนี้ไม่มี ก.ถ. จึงไม่สามารถกำหนดเงินประจำตำแหน่งขึ้น ซึ่งข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการก็ไม่ได้เดือดร้อนในประเด็นนี้ จึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร แต่หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนการคลัง และส่วนโยธา มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ถูกมองว่า "ทำเพื่อตนเอง" แต่พอเกิดประเด็นเงินเพิ่มตามคุณวุฒิขึ้นมา ฝ่ายกฎหมาย ก.กลางก็ยังคงอ้างอีกว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ ก.ถ. ก.กลางไม่มีอำนาจ เมื่อไม่มี ก.ถ. จึงปรับฐานเงินเดือนไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิของข้าราชการระดับชั้นผู้น้อยในวงกว้าง ดังนั้น การเคลื่อนไหวในเรื่องหลังจึงเป็นการเคลื่อนไหวของข้าราชการส่วนท้องถิ่นชั้นผู้น้อยที่ไม่ใช่ระดับหัวหน้าส่วนราชการ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า จริงหรือที่ฝ่ายกฎหมายของก.กลางอ้างว่า เป็นอำนาจของ ก.ถ. หากเป็นอำนาจของ ก.ถ.จริง แล้วทำไมกรณี การปรับเงินเดือนตามมติครม.เมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ทำไมก.กลางมีมติให้ไปใช้บัญชีเดียวกันกับ ก.พ. ทั้งที่เรื่องนี้ก็เป็นการปรับฐานเงินเดือนเช่นเดียวกัน และเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ก็เป็นมติครม.เช่นเดียวกันมิใช่หรือ หรือไม่ใช่มติครม. ทำไมเรื่องร้อยละ ๕ ทำได้ แต่เงินเพิ่มตามคุณวุฒิทำไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดมากครับ          ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพยายามอธิบายนี้ ก็เพื่อสะท้อนให้พวกเราได้เข้าใจว่า เรื่องทั้งหมดที่มันติดขัดอยู่นี้ เป็นเพราะองค์กรที่รับผิดชอบเรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่เป็นเอกภาพ ไม่เป็นเอกเทศ เฉกเช่นเดียวกันกับ ระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนที่มีสำนักงานข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. รับผิดชอบ มีเลขาธิการ ก.พ.ขึ้นตรงกับ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ หรือ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็มี ก.ค.ศ. ที่รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้โดยตรง แต่พอมองย้อนมาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น มีสองหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ๆ คือ สำนักงานพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น มีสถานะเป็นเพียงส่วนราชการภายในของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งต้องหัวหน้าสำนักฯ จะทำอะไรต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นก่อนเสมอ กล่าวคือ ผ่านรองอธิบดีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ผ่านอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ผ่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทยกลุ่มงานท้องถิ่น ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วจึงจะขึ้นไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอีกหนึ่งหน่วยงานคือ สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหัวหน้าสำนักงานฯ ก็เทียบเท่าหัวหน้าสำนักฯ เช่นเดียวกัน ดังนั้น สายงานการบังคับบัญชาก็คล้ายคลึงกัน กว่าเรื่องจะผ่านในแต่ละขั้นแต่ละตอนก็ต้องใช้เวลา ไม่เหมือน ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. หรือ ก.อื่น ๆ ที่ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการโดยตรง ฉะนั้น ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นกว่าจะถึงรัฐมนนตรีเจ้ากระทรวง พวกเราจึงออกแรงกันเยอะกว่า ข้าราชการประเภทอื่น ทางแก้ไขที่ต้องช่วยกันทุกฝ่ายก็คือ การผลักดันให้เกิดสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยเร็วที่สุด นั่นก็คือ การผลักดัน ให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เข้าสู่สภาฯ และตราออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ จึงเป็นหนทางที่แก้ไขได้อย่างถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อทุกกลุ่มทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือข้าราชการในระดับใด ๆ รวมทั้งฝ่ายบริหารของอปท.ด้วยที่ต้องการให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายที่มีสภาพทรุดโทรมอยู่ในปัจจุบัน.           สุดท้าย ในฐานะนายกสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น ก็ขอเชิญชวนสมาชิกสมาคมฯและเพื่อน ๆ ทุกท่านให้เกียรติร่วมพิธีเปิดอาคารสำนักงานสมาคมข้าราชการและพนักงานจ้างท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เลขที่ ๑๐๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๓๐ น. โดยสมาคมฯได้รับเกียรติจาก คุณชัยสิทธิ์ อาศิระวิชัย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด (รายละเอียดคลิกที่นี่) และสำหรับท่านที่มีความประสงค์ต้องการเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... ซึ่งยังคงเหลือผู้เข้าชื่ออีกประมาณ ๕๐๐ ราย จะครบ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ก็ยังคงเสนอได้ครับ เมื่อรัฐสภาเปิดเมื่อไหร่และมีรายชื่อครบ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ สมาคมฯก็จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยทันทีครับ (รายละเอียดเรื่องเข้าชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.คลิกที่นี่) สำหรับวันนี้ ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.     พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น facebook: http://www.facebook.com/phiphatwe-mail: phiphatw@hotmail.com๘ มิถุนายน  ๒๕๕๔     ดาวน์โหลดเอกสารบทความนี้ เป็นไฟล์ PDF คลิกที่นี่  
10 มิถุนายน 2554
เปิดฤดูการสนามแข่งเรือ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2554 สนามแรก ที่บางกล่ำ การแข่งเรือยาวปรเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 16/2554    ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2554 นี้  คำขวัญ อำเภอบางกล่ำ          หลวงปู่เฟื่องเลื่องลือ         ระเบือเรือแข่ง     แหล่งส้มโอหวาน             ย่านสำเภอนาวา          สวาลือนาม      เหนียวหลามรสดีวีดีโอ...งานแข่งเรือประจำปี 2552http://www.youtube.com/watch?v=KxcSbSgobIs&feature=related         นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาวประเพณีอำเภอบางกล้ำ ประจำปี 2552 ณ บริเวณท่าน้ำวัดบางหยี ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2552                     นายอุทิศ  ชูช่วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาจากการที่การแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ได้งดจัดการแข่งขันฯ ครั้งที่ 15/2554 ระหว่างวันที่ 6- 7 พฤศจิกายน 2553 เนื่องในพื้นที่อำเภอบางกล่ำได้ประสพภัยน้ำท่วม เมื่อ 1 พ.ย 53 จนถึงวันแข่งขัน ฯ คณะกรรมการจัดการแข่งขั้นแม่งานใหญ่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอบางกล่ำ และองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ จึงได้มีการประชุมหารือเรื่องการจัดงานการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ประจำปี 2554 ขึ้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2554 ได้มีมติต้องตรงกันว่า การจัดงานในปีนี้และปีต่อๆไป ควรจัดในช่วงวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนกันยายน ของทุกปี เพราะในช่วงเดือน พฤศจิกายนของทุกปี การจัดงานเสี่ยงต่อน้ำท่วมเพื่อให้งานการแข่งขันเรือยาวประเพณีบางกล่ำจังหวัดสงขลา มีคงอยู่คู่ชาวบางกล่ำ จังหวัดสงขลา และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม ในแต่ละปีมีเรือเข้าร่วมการแข่งขัน 58 ลำ ฝีฝาย ร่วม 1,000 ชีวิต ประชาชนมาเที่ยวงานวันละประมาณ 20,000 คน สองวันสี่หมืนกว่าคน          แต่เนื่องจากปี 2553 ได้งดจัดการแข่งขันไป ในปีนี้คณะกรรมการจัดงาน จะมีหนังสือเรียนเชิญทีมเรือปีที่แล้ว 58 ลำเข้าร่วมการแข่งขัน และเชิญทีมเรือจากภาคเหนือ,อีสาน,ภาคกลาง มาร่วมการแข่งขั้นให้เพิ่มมากขึ้น คราดการว่าปี 2554 นี้ จะมีทีมเรื่อเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 60 ลำ    องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ ต้องขอขอบคุณ องคืการบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ท่านอุทิศ  ชูช่วย นายยกอบจ.สงขลา  ที่ได้จัดสรรงบประมาณการแข่งขันเรือฯในปีงบประมาณ 2554 เพิ่มเติม เพื่อให้การจัดการแข่งขันเรียบร้อย ในส่วนเงินรางวัลจัดการแข่งขั้นสำหรับผู้ชนะ และเงินรังวัลชมเชยเหมือเดิม รวมเงินรางวัลประมาณ 400,000 บาท     แม่งานเจ้าภาพในพื้นที่ ต้องขอขอบคุณ 1.ท่านโตน กร่อมี นายอำเภอบางกล่ำ 2.ท่าน สจ.บุญเจอ  กัลยาศิริ3.นายอรุณพร พรหมโน นายกอบต.บางกล่ำ4.คณะกรรมการจัดงานแข่งเรือฯทุกๆๆคน ครับ          สุดท้ายต้องขอขอบคุณ1.ทีมเรือที่เข้าร่วมการแข่งขัน (พระเอกในงาน)2.ผู้ชมเรือ(แฟนๆๆเรือยาวทุกๆๆท่าน) ครับ         สืบสานตำนานสายน้ำ.....      10-11 กันยายน 2554....      แฟนๆเรือยาว..อย่าลืม...      พบกันที่บางกล่ำ..เด้อ.?                                             นายอักษร      บุตรโคตร       ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ                       7 มิถุนายน 2554               มือถือ 089-1971331     p-aksorn31@windowslive.comชาวตำบลบางกล่ำ มีมติให้ อบต.บางกล่ำ เสนอโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำคลอง ร.1 อ.หาดใหญ่-อ.บางกล่ำ จำนวน 4 โครงการ ต่อชลประทานที่ 16 สงขลา เมื่อ 28 ธ.ค 2553 รายละเอียดได้ ข้างล้างนี้ ครับhttp://www.bangklam.go.th/modules/photo_gallery/index.php?mode=detail&id=5880สนามแข่งเรือยาว....แลตลาดนัดบางหยี และตลาดคลองแห ผ่านเวบ.กิมหยง "ตลาดนัดหน้าวัดบางหยี" แข่งเรือสงขลาที่บางกล่ำ (นั่งเรือดูคลองร.1 ที่ช่วยให้ชาวหาดใหญ่น้ำไม่ท้วม) นายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดตลาดนัดหน้าวัดบางหยี 28 ส.ค 53 (เปิดทุกเสาร์-อาทิตย์)รายละเอียดข้างล้างนี้ ครับhttp://www.bangklam.go.th/modules/news/index.php?mode=detail1&id=25493 สรุปผลแบ่งสายทีมเรือการแข่งขันเรือยาวประเพณีจ.สงขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2553 ชิงเงินรางวัล 400,000 บาท เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553 เรือเข้าร่วม 58 ลำ 6-7 พ.ย 2553 นี้ ณท่าน้ำวัดบางหยี อ.บางกล่ำ จ.สงขลา    สรุปผลแบ่งสายทีมเรือการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2553 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2553 เรือเข้าร่วม 58 ลำ 6-7 พ.ย 2553 นี้ ณท่าน้ำวัดบางหยี อ.บางกล่ำ จ.สงขลา การแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2553 จัดการแข่งขันวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2553 ณ บริเวณท่าน้ำวัดบางหยี อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา มีเรือร่วมการแข่งขันจำนวน 58 ลำ แข่งขันเรือ 4 ประเภทดังนี้ คือ 1.เรือประเภท เยาวชน 7 ฝีพาย แบ่งเป็น 4 สาย  (A ,B, C, D ) 1.เจ้าแม่ยางงาม ,2.ศรีสุวรรณ,3. เจ้าแม่ตะเพียนทอง ,4.ศ.นางงาม,5. ใหม่ทิพย์มณี ,6.สร้อยวารี ,7.ใหม่จรินทอง ,8.แก้วกาไว,9. ทองแป้น ,10.โลดโผน ,11.ใหม่พล็อก ,12.ใหม่ศรีคำแป้น ,13.คมพิฆาต,14. สาวดอกแก้ว ,15.ทองใหม่ ,16.ศรีวิไล 2.เรือประเภท ประชาชนทั่งไป  7 ฝีพาย    แบ่งเป็น 4 สาย (A B C D ) 1.ศรีพิพัฒน์ ,2.ใหม่ศรีคำแป้น ,3.สร้อยกิตติชัย ,4.เทพสุวรรณ ,5.กาไว,6. เจ้าแม่สะใบทอง ,7.ใหม่ศิษย์ศิลป์ ,8.ใหม่กิตติคุณ, 9.คมพิฆาต,10. จันทร์เสนะ ,11.เทพทวี ,12.ทองใหม่, 13.ศรีวิไล 3. เรือประเภท 9 ฝีพาย แบ่งเป็น 4 สาย     (A, B ,C, D ) 1.เภาแก้ว, 2.ใหม่พิชัยยุทธ,3. จำปาทอง, 4.มาดทอง ,5.เจ้าแม่จำปาขาว ,6.เภาทอง ,7.ท้าวคำปัน, 8.โลดโผน ,9.เจ้าแม่แสงวารี ,10.เจ้าแม่สายทองล ,11.ใหม่หัวทอง,12. เจ้าแม่สร้อยสวรรค์, 13.สิงห์ลีโอ ,14.แหลมทองแสงนาวา, 15.ศรีเพชร ,16.เทพวารี ,17.ใหม่ชยพัฒน์,18. ทองชุม, 19.แหลมพญา ,20.พญาแก้ว 4.เรือประเภท 12 ฝีพาย แบ่งเป็น 2 สาย (A,B)   1.แสงสุริยาสุชาโต ,2.เจ้าแม่สายทอง ,3.เจ้าแม่บางระโนด ,4.เพชรประเสริฐ ,5.เจ้าแม่ยางงาม ,6.สุวรรณพิพัฒน์,7. เจ้าแม่พวงสวัสดิ์ ,8.เจ้าแม่ศรีสุคนธ์ ,9. แสงตะวัน  วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 พิธีเปิดเริ่ม 10 00 น. การแบ่งสายทีมเรือ ในการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2553 1. เรือประเภท  เยาวชน  7  ฝีพาย   A B C D เจ้าแม่ยางงาม ศรีสุวรรณ เจ้าแม่ตะเพียนทอง ศ.นางงาม ใหม่ทิพย์มณี สร้อยวารี ใหม่จรินทอง แก้วกาไว ทองแป้น โลดโผน ใหม่พล็อก ใหม่ศรีคำแป้น คมพิฆาต สาวดอกแก้ว ทองใหม่ ศรีวิไล 2.เรือประเภท  ประชาชน  7  ฝีพาย   A B C D ศรีพิพัฒน์ ใหม่ศรีคำแป้น สร้อยกิตติชัย เทพสุวรรณ กาไว เจ้าแม่สะใบทอง ใหม่ศิษย์ศิลป์ ใหม่กิตติคุณ คมพิฆาต จันทร์เสนะ เทพทวี ทองใหม่       ศรีวิไล 3.เรือประเภท  9  ฝีพาย   A B C D เภาแก้ว ใหม่พิชัยยุทธ จำปาทอง  มาดทอง เจ้าแม่จำปาขาว เภาทอง ท้าวคำปัน โลดโผน เจ้าแม่แสงวารี เจ้าแม่สายทอง ใหม่หัวทอง เจ้าแม่สร้อยสวรรค์ สิงห์ลีโอ แหลมทองแสงนาวา ศรีเพชร เทพวารี ใหม่ชยพัฒน์ ทองชุม แหลมพญา พญาแก้ว 4.เรือประเภท 12 ฝีพาย A B  แสงสุริยาสุชาโต   เจ้าแม่สายทอง เจ้าแม่บางระโนด เพชรประเสริฐ เจ้าแม่ยางงาม สุวรรณพิพัฒน์ เจ้าแม่พวงสวัสดิ์ เจ้าแม่ศรีสุคนธ์ แสงตะวัน   แข่งเรือบางกล่ำ ยกระดับเป็น ประเพณีการแข่งขันเรือยาวจังหวัดสงขลาประจำปี 2553 วันที่ 6-7 พ.ย 53 ณ ท่าน้ำวัดบางหยี รับสมัครทีมเรือวันที่ 1-15 ต.ค 53 ณ.อบต.บางกล่ำ เรือชนะเลิศรับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เงินรางวัล ร่วม 400,000 บาทชมเทปการแข่งขันเรือยาวประเพณีประจำปี 2552 7-8 พ.ย 52 ได้ที่ นี่ ครับ www.youtube.com/watch?v=dcfCPsqjlpcถ้าชมแล้วสนุก 6-7 พ.ย 2553 นี้ ขอเชิญ ครับเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 นายอุทิศ  ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา ได้เชิญทีมงานแข่งเรือบางกล่ำ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภาอบต.บางกล่ำโดยมีผู้ร่วมประชุมหลายหน่วยงานฯ โดยสรุปเรื่องเด่นๆๆ ดังนี้ คือ1.การแข่งขันเรือยาวประเพณีบางกล่ำได้จัดมาแล้วเป็นเวลา 14 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 15 แล้ว ปีล่าสุดมีประชาชนมาเที่ยวงานประมาณ 40,000 คน จึงเสนอให้เปลี่ยน ชื่อเป็นการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา มติที่ประชุมเห็นด้วย2.มีมติให้มีการแข่งขันเรือนานาชาติเชื่อมสัมพันธ์ โดยเชิญทีมเรือจากประเทศมาเลเชีย และประเทศสิงคโปร์ ร่วมการแข่งขันกับทีมเรือสงขลา โดยมอบหมายให้ท่านประภาส อินทนปสาธน์ ผอ.ททท.สนง.หาดใหญ่ เป็นผู้ประสานเชิญทีมเรือต่างประเทศ3.เพิ่มการแข่งขันเรือเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อส่งเสริมให้เด็กเยาวชนในจังหวัดสงขลา เล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด   และปีนี้นายอุทิศ  ชูช่วย นายก อบจ.สงขลา เพิ่มงบประมาณให้อีกจากเดิมใช้งบอบจ. 450,000 บาท ปีนี้ เพิ่มงบ เป็น 600,000 บาท ในส่วน อบต.บางกล่ำ นายอรุณพร พรหมโน นายกอบต.บางกล่ำ เพิ่มงบจากเดิม 150,000 บาท เป็น 200,000 บาท และหน่วยงานอื่นๆๆอีก รวมงบประมาณเกือบล้านบาทแล้ว 4.อบจ.สงขลา มอบหมายให้อบต.บางกล่ำ เป็นหน่วยงานฝ่ายเลขา เป็นหน่วยงานดำเนินการรับสมัครทืมเรือที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเหมือนทุกๆปี ขอเชิญทีมเรือสมัครเข้าร่วมแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 15 ประจำปี 2553 จัดการแข่งขันวันที่ 6-7 พ.ย 53 นี้ เรือที่รับสมัครมี 3 ประเภท ดังนี้ คือ ประเภท 7 ฝีฝายประเภท 9 ฝีฝาย และประเภท 12 ฝีฝาย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลเงินสด ดังนี้1. ชนะเลิศเรือประเภท 12 ฝีพาย พร้อมถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลเงินสด 50,000.- บาท2. ชนะเลิศเรือประเภท 9 ฝีพายพร้อมถ้วยรางวัล นายอุทิศ ชูช่วย นายกอบจ.สงขลา พร้อมเงินรางวัลเงินสด  30,000.- บาท3. ชนะเลิศเรือประเภท 7 ฝีพาย พร้อมถ้วยรางวัล นายอุทิศ ชูช่วย นายกอบจ.สงขลา พร้อมเงินรางวัลเงินสด 20,000.- บาท(รับเฉพาะทีมเรือในจังหวัดสงขลา)รวมรางวัลเงินสดกว่า 400,000.-บาทเรือทุกลำที่เข้าร่วมการแข่งขันที่ไม่ผ่านเข้ารอบรับเงินรางวัลชมเชยลำละ 5,000.-บาท สำหรับเรือต่างจังหวัด และรางวัล 2,000.-บาท สำหรับเรือในจังหวัดสงขลารับสมัครทืมเรือ  ระหว่างวันที่ 1 - 18 ตุลาคม 2553 ณ.สำนักงานอบต.บางกล่ำ และจับสลากแบ่งสายวันที่ 20 ตุลาคม 2553 เวลา 13.00 ณ.ห้องประชุมสภาอบต.บางกล่ำ ติดต่อสอบถามได้ที่ อบต.บางกล่ำ ส่วนการศึกษาฯ  โทร. 0-7432-8256-7 ต่อ 14 จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมกับอบต.บางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ อบต.แม่ทอม เทศบาลตำบลบ้านหาร เทศบาลตำบลท่าช้างและจังหวัดสงขลา โดยการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้เขต 1 และภาคเอกชน สี่หมื่นคน แห่ชมแข่งเรือยาวบางกล่ำแสงสุริยาฯปากพนังคว้ทแชมป์12ฝีพาย สรุปผลเรือยาวประเพณีบางกล่ำ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2552 วันที่ 7-8 พ.ย 52 ชาวบางกล่ำดีใจที่ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 2 ถ้วยราลวัล แห่งความภาคภูมิใจ
7 มิถุนายน 2554
ไปที่หน้า